Scribe Book 11 F Secure

F-secure คือบริษัทที่มีหน้าที่ปกป้องลูกค้าและธุรกิจของตนจากไวรัสคอมพิวเตอร์ ตลอดจนการดูแลในเรื่องระบบความปลอดภัยอื่นๆของคอมพิวเตอร์ บริษัท F-Secure ก่อตั้งขึ้นในปี 1988 และขึ้นทะเบียนใน Helsinki Stock Exchange ในปี 1999 โดยมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมือง Helsinki ซึ่งเป็นเมืองหลวงของประเทศฟินแลนด์ ในปี 2008 บริษัทได้มีการจัดตั้งบริษัทสาขาเพิ่มเติมในยุโรป อเมริกาเหนือ อินเดีย ญี่ปุ่น และภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
1.png

ทั้งๆที่ F-Secure เองก็มีเทคโนโลยีที่มีคุณภาพ แต่ยังคงสถานะเป็นผู้เล่นรายเล็กในตลาดซอฟแวร์ความปลอดภัย ด้วยส่วนแบ่งตลาดเพียง 0.5% อย่างไรก็ตาม (ในปี 1999) เป็นการยากที่บริษัทเล็กๆ ที่มีเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยจะเติบโตอยู่ได้ในธุรกิจนี้ บริษัทจึงจำเป็นต้องหาหนทางในการที่จะเอาชนะคู่แข่งยักษ์ใหญ่ทั้งหลาย ด้วยการปรับทัศนะวิสัยเพื่อการตัดสินใจที่นำไปสู่การเป็นบริษัทมหาชน

จุดหัวเลี้ยวหัวต่อ : ต้นกำเนิดของ ISPS Security Solutions Markets
ภายหลัง F-Secure ได้เข้าสู่ Helsinki Stock Exchange ในปี 1999 ผู้บริหารของ F-Secure ได้ทำการวิเคราะห์ถึงการก่อตั้ง security software market และ position ของบริษัทภายในตลาดนั้นๆ นำไปสู่ข้อเท็จจริงที่สำคัญ 3 ประการที่ F-secure จะต้องคำนึงถึง เพื่อที่จะบรรลุเป้าหมายต่อไป
1. แม้ว่าตลาด security software จะยังเกิดขึ้นได้ไม่นานนัก แต่กลับมีการแข่งขันที่สูงมาก ซึ่งมีอยู่สองบริษัทใหญ่ที่ได้รับความนิยมมากกว่าใครๆ สองบริษัทนี้จึงถือว่ามีอิทธิพลต่อลูกค้าเป็นอย่างมากในการออกผลิตภัณฑ์สู่ตลาด
2. F-secure ไม่ใช่หนึ่งบริษัทชั้นนำ (มีส่วนแบ่งการตลาดเพียง 0.5%)
3. บริษัทส่วนใหญ่มักไม่มี security solution ที่ล้ำหน้า หากแต่ผลิตภัณฑ์ที่ออกมาใหม่เพียงแค่ช่วยป้องกันการโจมตีจากบริษัทคู่แข่งเท่านั้น ดังนั้น security solution และ โปรแกรม antivirus จึงควรมีการจัดจำหน่ายผ่านในทุกช่องทาง
Security as a service” ถือเป็นการบริการที่น่าสนใจของ ISPs ประการแรก เนื่องจากความปลอดภัยเป็นส่วนประกอบหนึ่งของธุรกิจบอร์ดแบรนด์ ซึ่งสามารถสร้างผลตอบแทนที่สูงค่าได้ ประการที่สอง เมื่อลูกค้าถูกโจมตีจากเครือข่ายอื่นๆ ลูกค้ามักจะแจ้งให้ ISPs ช่วยเหลือเสมอ ซึ่งการบริการด้านความปลอดภัยถูกนำมาใช้แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น กับ ISPs ในการช่วยเหลือลูกค้าต่อไป ประการที่สาม ด้วยความปลอดภัยใน software จะช่วยให้ ISPs สามารถช่วยเหลือลูกค้าได้ง่ายขึ้น เพราะจะช่วยลดจำนวน software และ version ที่ลูกค้าใช้อยู่มากมายลงได้ ประการที่สี่ คือ สามารถทำให้ลูกค้ายังคงภักดีกับ ISPs เพราะรู้สึกเชื่อมั่นในความปลอดภัยในการใช้อินเทอร์เน็ตของ ISPs และจะไม่เปลี่ยนไปใช้ ISPs เจ้าอื่น ซึ่ง F-Secure พยายามใช้วิธีการนี้ในการทำการตลาด เนื่องจากพวกเขาคิดว่าหากสามารถเข้าสู่ตลาดได้เป็นเจ้าแรก ตลอดจนความสามารถทางธุรกิจของบริการในรูปแบบ software as a service ที่มีอยู่ จะสร้างความได้เปรียบในเรื่องของการคิดค้นเทคโนโลยีใหม่ๆ

SaaS (Software as a Service)
SaaS ในปัจจุบันนั้นมีทั้ง Project management software, CRM software, Human Resources software หรือแม้แต่ Office suite สาเหตุ SaaS เริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้น เป็นเพราะ Web 2.0 application นั้นทำให้ application บนเว็บมีความน่าตื่นตาตื่นใจมากขึ้น ด้วย user interface ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถใช้งาน Web application ได้ดีเหมือนกับที่ใช้บน Desktop อีกทั้งด้วยเทคโนโลยี AJAX ยังทำให้ application นั้นยิ่งเร็วมากขึ้นอีก
คุณสมบัติหลักๆของ SaaS
• ใช้งาน Software ผ่านระบบ network (ไม่ว่าจะเป็น LAN หรือ internet ก็แล้วแต่) ส่วนมากจะทำงานผ่าน Web browser ครับ
• ระบบหลักของ SaaS จะถูกควบคุมจากผู้ให้บริการ SaaS เอง โดยผู้ใช้บริการเพียงแค่ access เข้ามาให้ Software ผ่านทางเว็บ
• SaaS ส่วนมากจะคิดค่าบริการตามจำนวน user account ที่ลูกค้าต้องการใช้งาน และไม่มีการเก็บค่า Support, Bug fix เพิ่มเติม
• การ Update version ของ software ทำโดยอัตโนมัติผ่านผู้ให้บริการ โดยที่ผู้ใช้บริการไม่จำเป็นต้องไป download software มาติดตั้งเองแต่อย่างใด
SaaS ดีกว่าการซื้อ Software แบบเดิมๆยังอย่างไร
2.png
• ลูกค้าจะได้รับบริการด้าน Software และ Hardware ที่ดีที่สุดอยู่เสมอ โดยไม่ต้องลงทุนเองทั้งหมด เช่น ถ้าเป็นสมัยก่อนเราต้องซื้อ Sofware ตัวนึงมาใช้งานในองค์กร และยังต้องซื้ออุปกรณ์ Hardware ต่างๆ เช่น Server, Harddisk รวมทั้งจ้าง Admin มาดูแลระบบ อีกทั้งยังมีค่าทำระบบ Backup ข้อมูลอะไรต่างๆอีก ซึ่งทำให้มีค่าใช้จ่ายที่สูงมากในการนำ Software มาใช้ โดย SaaS ลูกค้าเพียงแค่จ่ายค่าบริการเป็นราย user เท่านั้น โดยทางผู้ให้บริการจะเป็นดูแลทางด้าน Hardware หรือ ระบบ Admin ให้เองทั้งหมด
• ช่วยให้ลูกค้าสามารถคำนวณค่าใช้จ่ายทางด้าน Software ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ทำให้สามารถคำนวณ ROI หรือวางแผนการดำเนินงานได้ดียิ่งขึ้น เพราะ SaaS จะคิดค่าบริการเป็นอัตราที่แน่นอน ถ้าหากเทียบกับสมัยก่อน เราอาจจะต้องเสียค่า Support ค่อนข้างสูง (อาจะสูงกว่าค่าใช้จ่ายตอนซื้อ Software ในครั้งแรกอีกด้วย)
• การ Update software ทำได้ง่ายและใช้ระยะเวลาสั้น ปัญหาที่พบในสมัยก่อนก็คือ การ update software ทำได้ยุ่งยากและเสียเวลามาก เช่น ต้อง download software และจัดการ install software บนคอมพิวเตอร์ ถ้าหากมีคอมพิวเตอร์ที่ใช้งานสัก 1000 เครื่อง ก็คงจะเสียเวลามากทีเดียว
สรุป SaaS ก็เป็น model ใหม่ในการขาย software แบบใหม่ โดยสามารถลดปัญหาที่เกิดขึ้นใน software model แบบเก่าๆ ซึ่งลูกค้าที่ใช้บริการจะได้ประโยชน์มากขึ้นอย่างมาก โดยมีแนวคิดง่ายๆ คือ Software ก็คือ บริการอย่างหนึ่ง
ประโยชน์ของ Software as a Service (SaaS)
ประโยชน์สำหรับผู้ใช้ประกอบด้วย:
• สามารถเข้าใช้ข้อมูลได้จากทุกที่ จากคอมพิวเตอร์แพลตฟอร์มใดก็ได้
• พื้นที่เก็บข้อมูลในกล่อง จดหมายอีเมล์ขนาด 25 กิกะไบต์ต่อผู้ใช้หนึ่งราย พร้อมด้วยความสามารถในการค้นหาที่มีประสิทธิภาพ
• เครื่องมือเพื่อความร่วมมือ และการส่งข้อความที่ใช้งานง่ายและรวดเร็ว
• ข้อมูลไม่มีทางสูญหาย แม้ว่าคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กของคุณจะเสียหรือถูกขโมย
ประโยชน์สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายไอทีประกอบด้วย:
• ไม่ต้องติดตั้งหรือซ่อมบำรุง ฮาร์ดแวร์หรือซอฟต์แวร์
• ต้นทุนคงที่ในราคาต่ำต่อผู้ใช้แต่ละราย
• แอปพลิเคชันที่ใช้งานง่าย ซึ่งผู้ใช้คุ้นเคยแล้ว - แค่ฝึกอบรมเพิ่มอีกเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
• สามารถย้ายผู้ใช้ได้จำนวนมาก
• ประหยัดค่าธรรมเนียมใบอนุญาต รวมถึงประหยัดต้นทุนฮาร์ดแวร์และศูนย์ข้อมูล
• แพลตฟอร์มเปิดสำหรับการผสาน รวม
ประโยชน์สำหรับทางธุรกิจประกอบด้วย:
• ต้นทุนที่ลดลง
• ประสิทธิผลของพนักงานเพิ่มขึ้น ช่วยให้ตัดสินใจได้เร็วขึ้น
• ยืดหยุ่น มากขึ้นในการใช้งานสิ่งที่เปลี่ยนแปลงและนวัตกรรมได้อย่างรวดเร็ว และเริ่มดำเนินธุรกิจ
• สภาพแวดล้อมทางไอทีที่น่าสนใจสำหรับพนักงานรุ่นใหม่

What is the business model?
Market Opportunity
จะเห็นว่า บริษัท F-Secure มีขนาดเล็กมากเมื่อเทียบกับคู่แข่งรายใหญ่ๆ หากแต่มีส่วนแบ่งการตลาดที่น้อยกว่า ซึ่งในปัจจุบันตลาด software ด้านระบบรักษาความปลอดภัยถือว่ามีอัตราการเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่อง พิจารณาได้จาก กราฟ Market share ดังต่อไปนี้

3.png

สังเกตได้ว่าส่วนแบ่งการตลาดของ F-Secure มีอยู่เพียงแค่ 5.93% เมื่อเทียบกับตลาดทั้งหมด และแบ่งตามผลิตภัณฑ์ได้จากกราฟดังต่อไปนี้

4.png

และเมื่อแบ่งตามผลิตภัณฑ์รวมทั้งหมดในตลาด จะเห็นได้ว่า F-secure มีขนาดที่เล็กกว่าคู่แข่งมาก ทำให้ส่วนแบ่งการตลาดแยกตามผลิตภัณฑ์ มีอยู่เพียง 1.41 %

Competitive Environment
5.png
MacAfeeปัจจุบัน แมคอาฟี่ (McAfee) มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมืองซานตาคลาร่า รัฐแคลิฟอร์เนีย CEO คือ Christopher Bolin โดยเป็นผู้ผลิตระบบรักษาความปลอดภัยที่ใหญ่ที่สุดในโลก แมคอาฟี่มุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องที่จะรับมือกับปัญหาท้าทายด้านความปลอดภัยที่ยากที่สุดในโลก บริษัทฯ นำเสนอโซลูชั่นและบริการเชิงรุกที่จะช่วยคุ้มครองระบบและเครือข่ายทั่วโลก ทำให้ผู้ใช้สามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ค้นหาข้อมูล และซื้อสินค้าและบริการออนไลน์ได้อย่างปลอดภัยมากขึ้น ด้วยทีมงานนักวิจัยที่มีความรู้ความสามารถ ทำให้แมคอาฟี่สามารถสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ตามบ้าน องค์กรธุรกิจ หน่วยงานราชการ และผู้ให้บริการได้อย่างลงตัว ช่วยให้ลูกค้าสามารถปฏิบัติตามกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งปกป้องข้อมูล ป้องกันการหยุดชะงัก ค้นหาช่องโหว่ในระบบ และตรวจสอบและปรับปรุงระบบรักษาความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง

6.png
Symantecปัจจุบันไซแมนเทคคอร์ปอเรชั่นเป็น บริษัทซอฟแวร์ชั้นนำให้โปรแกรมยูทิลิตี้สำหรับคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลและยังเป็นผู้เล่นรายสำคัญในประเภทซอฟต์แวร์ชนิดพิเศษอื่น ๆ ที่มีการดำเนินการตามยุทธศาสตร์ในการพัฒนาเทคโนโลยีหรือการซื้อผลิตภัณฑ์ต่างๆที่เป็นผู้นำในกลุ่มตลาดของตน ซึ่งมีผลิตภัณฑ์หลัก คือ นอร์ตัน (Norton) ของไซแมนเทค (Symantec) ปกป้องผู้บริโภคจากภัยคุกคามทั่วไป ด้วยโปรแกรมป้องกันไวรัส ป้องกันสแปม ป้องกันสปายแวร์ และ ป้องกันฟิชชิ่ง รวมถึงบ็อต การดาวน์โหลดมัลแวร์โดยอัตโนมัติ และการแอบอ้างโดยใช้ทรัพยากรระบบเพียงเล็กน้อย นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังจัดหาบริการต่างๆ เช่น การสำรองข้อมูลออนไลน์ และการปรับแต่งพีซี และนำเสนอแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้สำหรับความปลอดภัยออนไลน์ของครอบครัว
Anti-virus Freeถือเป็นคู่แข่งและสิ่งทดแทนที่ใหญ่ที่สุดของส่วนแบ่งตลาดรวม ซึ่ง Free software นี้เป็นที่ใช้แพร่รายของคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลที่มากที่สุด โดยผู้ผลิตมักจะทำมาเพื่อเป็น code beta หรือตัวทดสอบเพื่อนำมาพัฒนาเป็นตัวเต็มอีกที หรือจำเป็นต้องทำแจกฟรีเนื่องจากไวรัสตัวนั้นส่งผลเสียแก่สังคมโดยกว้างหากไม่กำจัด ดังเช่นโปรแกรมดังต่อไปนี้
1. Avast free Antivirus 11.45%
2. Avira AntiVir Personal –Free Antivirus 9.19%
3. AVG Antivirus free 8.6 %
7.png

What are the strategies/ theories/ concept involved?
Market Strategies
1. F-Secure มุ่งเน้นการขายในเรื่องของความปลอดภัยเป็นหลัก ซึ่งเป็นการสร้างโอกาสใหม่ๆ ทางธุรกิจให้แก่บริษัท ผู้จัดการของ F-Secure เน้นว่าผลิตภัณฑ์ของเขาไม่ควรขายได้แค่ช่วงระยะเวลาหนึ่งแล้วเสร็จสิ้นไป กล่าวคือ มันควรเป็นเรื่องที่เชื่อมโยงต่อเนื่องกันในรูปแบบของการบริการ ซึ่งถือเป็นช่องทางการจัดจำหน่ายเรื่องการแก้ปัญหาด้านความปลอดภัยที่มีประสิทธิภาพมากกว่า
2. F-Secure ต้องการรักษาระดับความเป็นผู้นำทางด้าน ISPs ทำให้บริษัทต้องแสวงหาเทคโนโลยีใหม่ๆอยู่เสมอ รวมถึงต้องสรรหาวัตถุดิบราคาถูกมาใช้ในการผลิตเพื่อลดต้นทุน และเพิ่มการทำการวิจัยเพื่อปรับปรุงและพัฒนาผลิตภัณฑ์ ตลอดจนเพิ่มปฏิสัมพันธ์ภายในองค์กรและการติดต่อระหว่างลูกค้ากับบริษัทให้มากยิ่งขึ้น โดยการปรับปรุงระบบ call service ให้มีประสิทธิภาพ เพื่อจะได้ตอบสนองให้ตรงความต้องการของลูกค้ามากที่สุด นอกจากนี้บริษัทยังต้องสรรหาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆเพิ่มเติมในส่วนของ segment ของตลาดเดิมด้วย
3. เนื่องจากในอนาคตอันใกล้นี้จะกลายเป็นยุคที่รุ่งเรืองของ mobile communication ซึ่ง F-Secure ตั้งใจที่จะทำให้อุปกรณ์คอมพิวเตอร์และมือถือมีความเชื่อมโยงกันเป็นอุปกรณ์อันชาญฉลาด (smart phone) ในคราวเดียวกัน โดยทาง F-Secure จะจับตลาดใหม่ในส่วนของ smart phone พร้อมทั้งได้มีการปรับปรุงรูปแบบระบบความปลอดภัยในส่วนของโปรแกรมป้องกันไวรัสสำหรับทั้ง PDAs, mobile phone โดยเฉพาะอย่างยิ่ง smart phone ซึ่งจะกลายเป็น platform หลักที่จำเป็นต้องมี security solution ที่เข้มแข็งในการดูแลรักษาความปลอดภัยของตัวอุปกรณ์ในอนาคต
4. F-Secure มุ่งเน้นที่จะลดราคาผลิตภัณฑ์ของทางบริษัทลง เพื่อให้สร้างความน่าสนใจให้แก่ลูกค้าที่จะหันมาใช้ผลิตภัณฑ์ต่างๆของบริษัทเพิ่มมากขึ้น
5. F-Secure ปรารถนาที่จะใช้ ISPs ร่วมกับบริษัทที่ให้บริการด้านความปลอดภัยชั้นนำต่างๆ เพื่อป้องกันตัวเองจากการถูกคุกคามโดยเทคโนโลยีใหม่ๆจากเครือข่ายของคู่แข่งในอนาคต
6. ในอนาคต รูปแบบการโฆษณาถือเป็นปัจจัยหลักในการแข่งขันสำหรับธุรกิจใหม่ๆ ทาง F-Secure จึงจำเป็นต้องเพิ่มการโฆษณาให้กับแบรนด์ของตนผ่านทางช่องทางการสื่อสารที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย เช่น Google เป็นต้น
Five Forces Analysis

1. Threat of New Entrants
ภัยการเข้ามาของธุรกิจและคู่แข่งรายใหม่ๆจะค่อนข้างยาก เนื่องจากในส่วนของการให้บริการของ F-Secure ไม่ว่าจะเป็น ISPs ซึ่งจะต้องใช้เงินทุนมหาศาลในการสร้างโครงสร้างและเครือข่าย และ SaaS ซึ่งเป็นการบริการโปรแกรม Anti-Virus ต่างๆ ผ่านทาง ISPs ที่ซึ่งจะผลิตสินค้าแต่ละตัวแต่ละชนิด ต้องใช้งบประมาณในการจ้างผู้เชี่ยวชาญ และลงทุนกับค่าใช้จ่ายต่างๆรวมถึงอุปกรณ์ ที่มีมูลค่าสูง จึงทำให้การเข้ามาใหม่ในธุรกิจนี้ค่อนข้างยาก
2. Bargaining Power of Suppliers
อำนาจการต่อรองกับ supplier ค่อนข้างสูงเนื่องจากในธุรกิจนี้ ผู้เข้าแข่งขันเข้ามาได้ค่อนข้างยาก และเมื่อมีผู้ประกอบการน้อยรายจึงทำให้ supplier ต้องแย่งกันยื่นข้อเสนอราคา และไม่สามารถขายในราคาแพงได้
3. Bargaining Power of Buyers
อำนาจการต่อรองของลูกค้าค่อนข้างสูง ถึงแม้ว่าจะมีผู้ประกอบการน้อยรายก็จริง แต่เนื่องจาก Demand และจำนวน Virus ที่สูงขึ้น จึงทำให้ผู้ประกอบการแข่งขันกันรุนแรงทั้งในด้าน Innovation และด้านราคา ซึ่งปัจจุบันเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงเร็ว ทำให้ลูกค้าได้เปรียบที่จะเป็นผู้เลือกใช้บริการที่หลากหลายช่องทางมากขึ้น
4. Threat of Substitute Services
ภัยจากสินค้าทดแทนค่อนข้างสูง เนื่องจาก F-Secure ให้บริการทางความปลอดภัยของระบบคอมพิวเตอร์เป็นหลัก ซึ่งเป็นการยากที่จะหาสินค้าประเภทอื่นๆมาทดแทนได้ แต่อย่างไรก็ตาม พวก free software ที่บรรดาผู้ที่เก่งกาจได้ทำขึ้นนั้น หรือตัวก็อปปี้ต่างๆ ก็เป็นทางเลือกที่ผู้ใช้บริการส่วนค่อนข้างมากนิยมใช้กัน
5. Competitor Rivalry
ถึงจะเป็นตลาดที่ผู้แข่งขันไม่มากนัก แต่ผู้ประกอบการแต่ละรายล้วนเป็นรายใหญ่ๆทั้งสิ้น และปัจจุบัน ความต้องการในระบบรักษาความปลอดภัยมีแนวโน้มสูงขึ้นตลอด สอดคล้อยกับการกำเนิดไวรัสต่างๆ ที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นและแยบยลมากขึ้น จึงทำให้เกิดการแข่งขันที่รุนแรงทั้งในด้านเทคโนโลยี ด้านราคา และการให้บริการ

SWOT Analysis

จุดแข็ง (Strengths)
1. มีผู้บริหารที่มีประสบการณ์จากธุรกิจสื่อสาร โทรคมนาคม และการจำหน่ายอุปกรณ์การสื่อสาร เข้ามาบริหาร ซึ่งช่วยให้วางโครงสร้างเครือข่ายและกลยุทธ์ที่ดีได้
2. มีผู้เชี่ยวชาญในด้านการค้นคว้า วิจัยและพัฒนาใน Innovation ทางผลิตภัณฑ์อยู่ตลอดเวลา
3. มีพันธมิตรด้านธุรกิจที่มากมาย กับธุรกิจให้บริการทางเครือข่าย Internet และโทรศัพท์ เช่น Orange, Vodafone, SFR, Broadband talktalk, Airtel, Telenor
4. มูลค่าด้านราคาหุ้นของ F-Secure มีแนวโน้มที่ดีและสูงขึ้น ทำให้ระดับความน่าเชื่อถือดีและทำให้สามารถระดมทุนได้ง่ายขึ้น
5. มีการขายโดยเน้นการให้บริการ (SaaS) ผ่านทาง ISPs ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่สร้างมูลค่าได้เหนือคู่แข่ง เพราะลูกค้าไม่ต้องลงทุนติดตั้งระบบ Hardware และก็ไม่ต้องมีผู้ดูแล ซึ่งค่าบริการแบบ SaaS คิดตาม user ที่ใช้งานเท่านั้น ซึ่งจะเป็นการประหยัดกว่า อีกทั้งยังช่วยให้ลูกค้าประหยัดต้นทุนลงได้
จุดอ่อน (Weaknesses)
1. การลงทุนทั้งด้านเครือข่ายและการวิจัย พัฒนา เป็นการลงทุนที่ต้องใช้เงินสูง
2. เมื่อเทียบกับคู่แข่งแล้ว F-secure เป็นบริษัทขนาดเล็กกว่า และมีเครือข่ายสาขาที่ยังน้อยกว่าคู่แข่ง
3. การผลิตผลิตภัณฑ์ใหม่ๆจำเป็นต้องอาศัยเทคโนโลยีและความรู้ที่สูง
4. ต้องมีพันธมิตรทางธุรกิจด้านอินเทอร์เน็ตและโทรศัพท์ ซึ่งหากขาดไปหรือบริษัทเหล่านั้นยกเลิกการทำธุรกิจร่วมกันก็จะทำให้ดำเนินงานได้ยากขึ้น
โอกาส (Opportunities)
1. ปัจจุบันเทคโนโลยีมีการเติบโตสูงมากขึ้นตลอดเวลาและความต้องการด้านระบบรักษาความปลอดภัยก็สูงขึ้นตามด้วย
2. ธุรกิจต่างๆได้มีการใช้ระบบคอมพิวเตอร์ในการจัดเก็บข้อมูลพื้นฐานเป็นส่วนใหญ่ และจำเป็นต้องรักษาความปลอดภัยให้สูง
3. ผู้เป็น Hacker ในปัจจุบันมีมากขึ้นและมีฝีมือเก่งขึ้น จึงเป็นโอกาสที่ดี ทำให้ลูกค้ามีความจำเป็นต้องการ software ในการป้องกันและกำจัดไวรัสที่ทันสมัยและเป็นปัจจุบันที่สุด
4. Hacker บางคนที่มีความรู้ความสามารถ อาจสนใจเข้ามาร่วมงานกับ F-Secure ซึ่งจะได้บุคลากรที่มีความสามารถโดยตรง ช่วยให้สามารถมีโอกาสผลิตผลิตภัณฑ์ใหม่ๆที่ดีได้มากขึ้น

อุปสรรค (Threats)
1. Hacker ปัจจุบันเป็นผู้มีความรู้ความสามารถมาก เป็นอุปสรรคที่ทำให้วงจรชีวิตผลิตภัณฑ์รักษาความปลอดภัยสั้นลง และต้องคอยสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ๆอัพเดตตลอดเวลา
2. Hacker บางส่วนได้ผันตัวเองเข้ามาสร้าง software รักษาความปลอดภัยเอง ซึ่งก็ได้เข้ามาเป็นคู่แข่งรายย่อยๆ หรือเป็นอุปสรรคเพิ่มขึ้นหากผู้นั้นได้เข้าไปร่วมงานกับบริษัทคู่แข่งคนสำคัญ
3. โลกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จะต้องคอยสร้าง software ที่ support กับระบบปฏิบัติการใหม่ๆที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

Revenue Model
รายได้หลักของ F-Secure นั้น หลักๆมาจากช่องทางของระบบ SaaS ที่ให้บริการผ่านทาง ISPs ซึ่งรายได้นั้นจะไม่ได้อยู่ในรูปแบบการขาย license แต่เป็นการขายในลักษณะรูปแบบการบริการที่เข้ามาดูแลระบบรักษาความปลอดภัย ซึ่งไม่ต้องมีการติดตั้งระบบ Hardware ให้เสียเวลา เช่น ระบบ server และ hard disk แต่จะคิดค่าบริการในรูปแบบการใช้งานต่อ user แทน ซึ่งมีวิธีคิดดังนี้
รายได้ค่าบริการ = จำนวน User (Boradband / mobie) x Service take-up Rate หรือ ค่าบริการ (จะปรังปรุงให้เป็นปัจจุบันเสมอ และแตกต่างกันในแต่ละลักษณะการใช้งาน)

**ผู้มีส่วนร่วมในห้องเรียน
จำนวน 3 นายธนากร สินทวีวรกุล 52202110043
1 นายพศิน วณิชย์วรนันต์ 52202110056
1 นายวรวิทย์ นาถวรกุล 5220211072
1 นางสาวมณณิกา ฉัตรไชยศิริ 5220211012
1 นางสาวจินตวีร์ ชลชาติภิญโญ 5220211011 **