Scribe Book 5-2 10 Examples Of Business That Utilize Database and BI

1. โวดาโฟน (Vodafone)

: มุ่งเน้นการวิเคราะหฺ์ลูกค้าแบบ real-time และเพิ่มการทําแคมเปญทางการตลาดแบบรายบุคคล

กลุ่มโวดาโฟน ค่ายมือถือยักษ์ใหญ่ ซึ่งมีธุรกิจทั้งในยุโรป ตะวันออกกลาง เอเซียแปซิฟิค และอเมริกา ในประเทศอิตาลีนั้นฝ่ายการตลาดของโวดาโฟนต้องดูแลลูกค้ากว่า 10 ล้านรายซึ่งมีประวัติ ข้อมูล และความต้องการต่างกัน ลูกค้าเหล่านี้ต้องติดต่อกับบริษัทหลายครั้งในหนึ่งวัน และยังได้รับการเสนอการขาย และข้อมูลใหม่ๆจากบริษัทคู่แข่งอยู่อย่างต่อเนื่อง
นางสาวซิลเวีย แคนเดียนี่ ผู้อํานวยการฝ่ายการตลาดของโวดาโฟน ประเทศอิตาลี กล่าวว่า “BI นั้นส่งผลอย่างมากกับการสร้างกลยุทธ์ของบริษัทเรา ตลาดในประเทศอิตาลีที่มีการแข่งขันกันอย่างมาก ผลักดันให้เราต้องทํางานรวดเร็วมากขึ้น และต้องมีประสิทธิภาพมากกว่าคู่แข่งด้วย” “การเลือกใช้ระบบธุรกิจอัจฉริยะ (Business Intelligence — BI) ของแซส ซอฟท์แวร์ ช่วยให้โวดาโฟนสร้างมูลค่าสูงสุดในการติดต่อกับลูกค้าในแต่ละราย ด้วยความสามารถในการนําเสนอแคมเปญแบบส่วนบุคคล และการเลือกช่องทางการนําเสนอได้อย่างตรงใจลูกค้า ซึ่งปัจจุบันนี้การทํากิจกรรมลูกค้าสัมพันธ์ ถือเป็นหนึ่งในกิจกรรมกลยุทธ์ของโครงการธุรกิจอัจฉริยะขององค์กรไปแล้ว ฝ่ายการตลาดของเราต้องรับผิดชอบแคมเปญทางการตลาดกว่า 200 แคมเปญต่อปี และทุกๆ อย่างก็ใช้การบริหารแบบ ออโตเมติค”

แคนเดียนี่ กล่าวว่า เราจะมุ่งเน้นไปที่การวิเคราะห์ลูกค้าแบบเรียล์ไทม์ (real-time analytics) และเพิ่มการตอบสนองลูกค้าแบบรายบุคคลให้มากขึ้น (Personalization) ซึ่งปัจจุบันนี้เราสามารถบริหารข้อมูลลูกค้าได้เร็วที่สุดคือ ข้อมูลจากเดือนที่แล้ว แต่เราอยากจะเปลี่ยนให้เป็นรูปแบบของเรียล์ไทม์ คืออยากจะสื่อสาร นําเสนอ และตอบสนองความต้องการของลูกค้า ณ เวลานั้นๆ เลย อย่างเช่นว่า เมื่อลูกค้าซื้อสินค้า A และ B เราจะแนะนําการบริการ C ซึ่งจะสอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าได้มากที่สุด เป็นต้น

แคนเดียนี่สรุปว่า ตอนนี้เราสามารถที่จะวิเคราะห์ และบ่งบอกถึงพฤติกรรมการตอบรับของลูกค้าได้อย่างดีเยี่ยมในแง่ของแคมเปญการโฆษณาหลายๆ อย่างที่สื่อออกไป ดังนั้นเราจึงสามารถที่จะสื่อสารได้อย่างถูกต้อง และสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าต่อไปได้

2. เอ็นทีที โดโคโม (NTT Docomo)

:การนํา Business Intelligence Competency Centre (BICC) มาใช้ในโครงสร้างองค์กร เพื่อที่จะช่วยสนับสนุนการใช้ระบบธุรกิจอัจฉริยะ (BI)

ในสภาวะที่ตลาดมือถือค่อนข้างจะอิ่มตัวในประเทศญี่ปุ่นขณะนี้ ส่งผลให้เกิดความท้าทายอย่างมากสําหรับผู้ให้บริการทางโทรศัพท์ ที่นอกจากจะต้องการเพิ่มจํานวนลูกค้าใหม่ ยังต้องรักษาฐานลูกค้าเดิม และสร้างแคมเปญที่ช่วยให้เกิดการใช้บริการเพิ่มมากขึ้น
เอ็นทีที โดโคโม ยักษ์ใหญ่ในการให้บริการเครือข่ายสัญญาณไร้สายในญี่ปุ่นเลือกใช้เทคโนโลยีของแซส ซอฟท์แวร์ในการทําเหมืองข้อมูล (data mining) เพื่อที่จะให้สอดคล้องกับกลยุทธฺ์ขององค์กรที่ต้องการเพิ่มความพึงพอใจของลูกค้า อีกทั้งยังนําเอา Business Intelligence Competency Centre (BICC) มาใช้ด้วยเหตุผลเดียวกันนี้ นายอกิระ คูโบตะ ผู้อํานวยการด้านระบบข้อมูลของบริษัท เอ็นทีที โดโคโม กล่าวว่า “เอ็นทีที โดโคโม มีการปรับปรุงผลการปฏิบัติงานของธุรกิจเพื่อรับกับสถานการณ์ตลาดที่อิ่มตัว โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ตรงจุดและสร้างความพึงพอใจสูงสุด เราได้ริเริ่มโครงการที่สามารถตอบรับพฤติกรรมและความต้องการของลูกค้าได้ โดยการใช้เครื่องมือซอฟต์แวร์ในการวิเคราะหฺ์ชั้นสูง นอกจากนั้นยังมีการนำ BICC มาใช้ เพื่อที่จะช่วยสนับสนุนการใช้ BI ให้ทั่วถึงภายในองค์กร และสามารถลดการเปลี่ยนผู้ให้บริการของลูกค้าได้มากคิดเป็นมูลค่า 9.9 พันล้านเยน (ประมาณ 84 ล้านเหรียญสหรัฐ) ต่อปี”

การที่เราเลือกใช้เหมืองข้อมูล และการนําเครื่องมือซอฟต์แวร์วิเคราะห์ชั้นสูงมาใช้ในองค์กร เพื่อที่จะนําผลมาปรับปรุงการปฏิบัติการขององค์กรนั้น องค์กรไม่ได้ต้องการเพียงแค่ฝ่ายไอทีเพื่อช่วยในการทําการวิเคราะห์เท่านั้น หากแต่ว่าองค์กรจะต้องสร้างโครงสร้าง และวัฒนธรรมองค์กรขึ้นมาเพื่อที่จะสนับสนุนงานการวิเคราะห์นี้ด้วย การที่จะมีความรู้เรื่องระบบ ข้อมูล เครื่องมือ และกระบวนการได้มาของข้อมูลก็เป็นสิ่งจําเป็นอย่างยิ่งในการตระหนักถึงความซับซ้อนของการวิเคราะห์ และให้มีประสิทธิผลมากขึ้น

หน่วย BICC ของเราอยู่ในฝ่ายของระบบข้อมูล ซึ่งประกอบด้วยกลุ่มนักวิเคราะห์ รับผิดชอบสําหรับการทําเหมืองข้อมูล และการวิเคราะห์ชั้นสูง รวมถึงการดึงกลุ่มข้อมูลที่ซับซ้อน ปัจุจุบันเรามีพนักงานประมาน 30 คน นอกจากนี้เรายังมีกลุ่มพัฒนาคลังข้อมูลซึ่งทําการพัฒนาคลังข้อมูล (datawarehouse) โดยเฉพาะ ทำให้หน่วย BICC ของเราสามารถตอบสนองความต้องการเชิงธุรกิจขององค์กรเชิงรุกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตัวอย่างเช่น การป้องกันการยกเลิกการใช้บริการของลูกค้า หน่วย BICC จะทํางานร่วมกับหน่วยธุรกิจที่เกี่ยวข้อง เช่น ฝ่ายวางแผนกลยุทธ์ขององค์กร และฝ่ายการตลาด เพื่อร่วมกันหาแผนที่ดีที่สุด ดังนั้นทุกๆ หน่วยในองค์กรจะได้รับ และใช้ประโยชน์จาก BICC ร่วมกัน และสามารถที่จะสร้างโครงการต่างๆ ร่วมกันด้วยศักยภาพของข้อมูลที่ผ่านการวิเคราะห์มาแล้ว

หน่วยธุรกิจทุกๆ ฝ่าย และหน่วย BICC จะทํางานร่วมกันโดยการสร้างสถานการณ์จําลองหลายๆ แบบในหัวข้อเดียวกัน ซึ่งจะมีมากกว่าร้อยสถานการณ์ในหนึ่งหัวข้อ ซึ่งจากหลายร้อยสถานการณ์นี้ BICC จะสร้างตัวแปรขึ้นมาเป็นร้อยหรือพันตัวแปร และสร้างโมเดลเชิงคณิตศาสตร์เพื่อที่จะใช้วิเคราะห์คาดการณ์ การใช้แบบจําลองวิเคราะห์คาดการณ์นี้จะทําให้การวัดผลเพื่อเพิ่มความพึงพอใจของลูกค้า การลดการยกเลิกสัญญาน และสามารถสร้างแคมเปญในการนําเสนอบริการใหม่ๆ ได้แม่นยํากว่า กลยุทธ์ทางธุรกิจที่พัฒนามาจากโมเดลนี้ จะทําให้เราสามารถปรับปรุงการบริการให้ลูกค้าได้ทั้งแบบรายบุคคล รวมไปถึงร้านค้าของโคโดโม และ call centers อาทิ เช่น เมื่อลูกค้าที่มีแนวโน้มที่จะยกเลิกบริการของเราได้แวะมาที่ร้าน พนักงานจะนำเสนอแคมเปญประมาณ 3-4 แบบเพื่อเป็นทางเลือกให้แก่ลูกค้า ณ เวลานั้นให้ได้มากที่สุด ซึ่งหนึ่งในนั้นอาจจะเป็นการแนะนําแผนการจ่ายเงินที่ลูกค้าอยากได้ หรือการแนะนําบัตรเครดิตของโดโคโม และเมื่อเรามุ่งเน้นในด้านการให้บริการลูกค้าแล้ว สําหรับลูกค้าที่เป็นสมาชิกโคโดโมพรีเมียร์คลับ เรายินดีที่จะขยายระยะเวลาการซ่อมบํารุง และเปลี่ยนแบตเตอรี่ให้แก่ลูกค้าฟรีอีกด้วยการใช้โมเดลจําลองการวิเคราะห์คาดการณ์นี้ ทําให้เราสามารถประมาณผลกําไรจากการลงทุนในการป้องกันการยกเลิกของลูกค้าได้ และยังสามารถวัดและป้องกันได้อย่างทันท่วงทีอีกด้วย

3. Disneyland

:นำระบบธุรกิจอัจฉริยะเข้าไปใช้ โดยพัฒนาระบบฐานข้อมูลในการลงทะเบียนสำหรับผู้มาเที่ยวในสวนสนุกแห่งนี้

ในอดีต "ดิสนีย์แลนด์" ในนครปารีส ประเทศฝรั่งเศส มีผลกำไรขาดทุนอย่างต่อเนื่อง เหตุเพราะสภาพอากาศที่มีแต่ฝน ทำให้ผู้ใช้บริการสวนสนุกแห่งนี้บางตาลงทุกวัน แต่หลังจากดิสนีย์แลนด์นำระบบธุรกิจอัจฉริยะเข้าไปใช้ โดยพัฒนาระบบฐานข้อมูลในการลงทะเบียนสำหรับผู้มาเที่ยวในสวนสนุกแห่งนี้ ทุกครั้งที่มีฝนตก ผู้มาเที่ยวจะได้รับบริการแจ้งผ่านทางเอสเอ็มเอส แนะนำแผนการเที่ยวให้ โดยอาจจะแนะนำให้ใช้เวลาช่วงฝนตกไปเพลิดเพลินไปกับร้านอาหาร และบรรดาร้านค้าต่างๆ ที่มีอยู่มากมายก่อน และทันทีที่ฝนหยุดจะมีเอสเอ็มเอสบอกผู้มาเที่ยวเหล่านั้นว่า เครื่องเล่นโซนไหนบ้างที่พร้อมให้บริการ หรือมีคิวต่อยาวแค่ไหน อย่างไร หลังจากนั้นไม่นาน "ดิสนีย์แลนด์" ในนครปารีส ก็กลับมาทำรายได้ และมีผลกำไรอย่างต่อเนื่องมาทุกไตรมาสจนถึงทุกวัน

4. ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) หรือ TMB

:เพื่อเพิ่มความคล่องตัวให้กับระบบงานธุรกิจ โดยอาศัยกรอบโครงสร้างแบบครบวงจรที่ช่วยขยายขีดความสามารถของธนาคารในการปรับปรุงประสิทธิภาพสำหรับการอัพเดตข้อมูลลูกค้าโดยอัตโนมัติ

ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) หรือ TMB ธนาคารชั้นนำของไทยมาตรฐานระดับโลก ลงทุนกว่า 50 ล้านบาทเพื่อติดตั้งโซลูชั่น IBM WebSphere ILOG BRMS โดยวัตถุประสงค์หลักคือ เพื่อเพิ่มความคล่องตัวให้กับกระบวนการธุรกิจและขจัดขั้นตอนที่ต้องใช้กระดาษโซลูชั่นดังกล่าวจะได้รับการติดตั้งบนสถาปัตยกรรม SOA และโครงสร้างพื้นฐาน FileNet ECM ที่มีอยู่ โดยคาดว่าจะช่วยเพิ่มความคล่องตัวให้กับกระบวนการธุรกิจและช่วยให้ทางธนาคารลดค่าใช้จ่ายได้อย่างเห็นผล นอกจากนี้ โซลูชั่นดังกล่าวจะช่วยให้ธนาคารสามารถตอบสนองได้อย่างฉับไวต่อสภาวะตลาดที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง และช่วยสร้างความพึงพอใจของลูกค้าได้อีกทางหนึ่ง
TMB จัดอยู่ในชั้นแนวหน้าของธุรกิจธนาคารในประเทศไทย โดยนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการด้านการเงินแก่ลูกค้ารายย่อยและลูกค้าองค์กรกว่า 6 ล้านรายผ่านทางสำนักงานสาขา 458 แห่งทั่วประเทศ นอกจากนี้ TMB ยังเป็นผู้นำด้านการปรับใช้เทคโนโลยีเพื่อปรับปรุงกระบวนการธุรกิจและการดำเนินงาน ในช่วงปี 2550 ธนาคารได้ติดตั้งโซลูชั่น Service Oriented Architecture (SOA) ของไอบีเอ็ม เพื่อเพิ่มความคล่องตัวให้กับระบบงานธุรกิจ โดยอาศัยกรอบโครงสร้างแบบครบวงจรที่ช่วยขยายขีดความสามารถของธนาคารในการปรับปรุงประสิทธิภาพสำหรับการอัพเดตข้อมูลลูกค้าโดยอัตโนมัติ รวมถึงการเปิดบัญชีเงินกู้และการโอนเงินไปยังบัญชีเงินฝากในทันทีที่ได้รับการอนุมัติ ต่อมาในปี 2551 TMB ได้ติดตั้งโครงสร้างพื้นฐาน Enterprise Content Management (ECM) โดยใช้โซลูชั่น FileNet ของไอบีเอ็มเพื่อรองรับการจัดการกระบวนการต่างๆ แบบครบวงจร รวมถึงการออกแบบกระบวนการสินเชื่อเพื่อการค้าและการส่งออก (Trade Finance) เพื่อเพิ่มความรวดเร็วในการให้บริการ

เพื่อปรับปรุงการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง TMB ตัดสินใจติดตั้งโซลูชั่น ILOG Business Rule Management System (BRMS) จากไอบีเอ็ม เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการดำเนินธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้ธนาคารสามารถตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าและสภาพตลาดที่มีการเปลี่ยนแปลงได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

“ท่ามกลางสภาวะตลาดสินเชื่อในเมืองไทยซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและมีความต้องการสูงมาก ความคล่องตัวและความสามารถของธนาคารในการตอบสนองความต้องการของลูกค้านับเป็นปัจจัยสำคัญประการหนึ่งต่อความสำเร็จของเรา นอกจากนี้การดำเนินงานของเราจะต้องสอดคล้องตามกฎระเบียบภายในองค์กร รวมถึงระเบียบข้อบังคับสำหรับธุรกิจธนาคาร ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงเป็นระยะๆ เพื่อแก้ไขปัญหาท้าทายทั้งหมดที่กล่าวมา เราจำเป็นที่จะต้องมีความสามารถที่ยืดหยุ่นและแข็งแกร่งสำหรับการตอบสนองต่อความเปลี่ยนแปลงของตลาดภายในเวลาอันรวดเร็ว ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถด้านการแข่งขันอย่างเป็นรูปธรรม” นางฟาเบียน ลีเบอร์ท ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานบริหารความเสี่ยงสินเชื่อเชิงกลยุทธ์ ของ TMB กล่าว “โซลูชั่น IBM WebSphere ILOG BRMS จะช่วยให้เราปรับปรุงประสิทธิภาพในการดำเนินงาน โดยเปิดโอกาสให้ผู้ใช้ที่ไม่ได้อยู่ในสายงานด้านเทคนิคได้เข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการกฎเกณฑ์และเงื่อนไขของกระบวนการทางด้านธุรกิจของธนาคาร และลดความยุ่งยากซับซ้อนของกระบวนการตัดสินใจแบบอัตโนมัติ ซึ่งในท้ายที่สุดแล้วก็จะช่วยปรับปรุงการปฏิบัติงาน ความสามารถในการแข่งขัน การประชาสัมพันธ์ธุรกิจใหม่ และเพิ่มความพึงพอใจให้แก่ลูกค้า

ในส่วนที่เกี่ยวกับธุรกิจสินเชื่อเพื่อการค้าและการส่งออก แม้ว่าจีดีพีโดยรวมของไทยส่วนใหญ่จะพึ่งพาการนำเข้าและส่งออก แต่ปัจจุบันธนาคารหลายๆ แห่งยังใช้ขั้นตอนที่ต้องอาศัยการดำเนินการของพนักงาน โดยมีการพบปะพูดคุยกับผู้เกี่ยวข้องเป็นการส่วนตัว และต้องใช้เอกสารจำนวนมาก ตัวอย่างเช่น ธุรกรรมแต่ละรายการที่เกี่ยวข้องกับการค้าระหว่างประเทศต้องใช้เอกสารมากมายหลายชุด ตั้งแต่เลตเตอร์ออฟเครดิต ไปจนถึงเอกสารเกี่ยวกับหลักทรัพย์ค้ำประกันเงินกู้ และเอกสารทั้งหมดนี้จะต้องส่งต่อไปยังแผนกต่างๆ ของธนาคาร ซึ่งโดยปกติแแล้วจะต้องใช้เวลาหลายวันกว่าที่ธนาคารจะสามารถตรวจสอบและอนุมัติสินเชื่อ

การตัดสินใจของ TMB ในการติดตั้งโซลูชั่น FileNet ECM จากไอบีเอ็มสำหรับการดำเนินการที่เรียกว่า ‘Image Workflow’ ช่วยให้ลูกค้าสามารถจัดเก็บเอกสารทั้งหมดในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ไว้ในที่เดียวกัน และทางธนาคารจะดำเนินการตามขั้นตอนที่เหลืออยู่อย่างรวดเร็วฉับไว นอกจากนั้น เทคโนโลยีดังกล่าวช่วยให้ลูกค้าของธนาคารสามารถตรวจสอบติดตามเอกสารของตนเองได้ในแบบเรียลไทม์ รวมทั้งจัดเรียงอย่างเป็นระบบเพื่อใช้ในการอ้างอิงหรือการวิเคราะห์ด้านการเงิน ส่วนโซลูชั่น ILOG BRMS ของไอบีเอ็มจะรองรับการควบคุมที่สะดวกง่ายดาย ปลอดภัย และคาดการณ์ได้สำหรับการตัดสินใจทางธุรกิจแบบอัตโนมัติ ทั้งยังช่วยลดระยะเวลาและค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาแอพพลิเคชั่น ช่วยให้ผู้ใช้ในสายงานธุรกิจสามารถจัดการการเปลี่ยนแปลงกฎเกณฑ์ในการตัดสินใจ และรองรับการปฏิบัติตามนโยบายภายในองค์กร รวมถึงกฎระเบียบภายนอกองค์กร ดังนั้นจึงลดค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการตรวจสอบและบทปรับที่อาจเกิดขึ้นในกรณีที่ไม่เป็นไปตามข้อบังคับ

นางสาวสายพิน กิตติพรพิมล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานเทคโนโลยีสารสนเทศ ของ TMB กล่าวว่า “TMB มุ่งมั่นที่จะพัฒนาองค์กรสู่ความเป็นเลิศ เราพยายามมองหาหนทางที่จะปรับปรุงการดำเนินงานของเราอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการขยายขีดความสามารถด้านการแข่งขัน และการเพิ่มความพึงพอใจให้แก่ลูกค้าทั่วทุกจุดในธนาคาร โซลูชั่น IBM WebSphere ILOG BRMS จะช่วยเพิ่มความคล่องตัวโดยรวมขององค์กร ปรับปรุงการให้บริการ และช่วยให้ธนาคารได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่าจากการลงทุน เราไว้วางใจในเทคโนโลยีที่เหนือชั้นและความเป็นมืออาชีพของไอบีเอ็ม ซึ่งตอบสนองความต้องการทางธุรกิจของเราได้อย่างลงตัว”

“ไอบีเอ็มมุ่งมั่นที่จะให้ความช่วยเหลือแก่ลูกค้าของเราในการดำเนินธุรกิจอย่างชาญฉลาดยิ่งขึ้น เพื่อให้บรรลุเป้าหมายทางธุรกิจอย่างครบถ้วนสมบูรณ์ เรารู้สึกภูมิใจอย่างมากที่ได้รับความไว้วางใจจากธนาคารทหารไทยตลอดช่วงระยะเวลาหลายทศวรรษที่ผ่านมา เราประสานงานร่วมกับ TMB เพื่อปรับใช้เทคโนโลยีที่ก้าวล้ำของไอบีเอ็ม และเรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ทางธนาคารประสบความสำเร็จในการปรับปรุงการดำเนินงานและได้รับผลตอบแทนอย่างคุ้มค่า” นางเจษฎา ไกรสิงขร รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจซอฟต์แวร์ บริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย จำกัด กล่าว “เรารู้สึกดีใจที่โซลูชั่น WebSphere ILOG BRMS และ FileNet ECM จากไอบีเอ็มเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้ธนาคารทหารไทยเพิ่มความคล่องตัวในการดำเนินงาน แก้ไขปัญหาท้าทายต่างๆ และรองรับการขยายธุรกิจอย่างแข็งแกร่ง”

5. บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน)

กสท.ตัดสินใจเลือกแซส ซอฟท์แวร์ และไออาร์ซีพี พัฒนาระบบคลังข้อมูลอัจฉริยะเป็นระบบเดียวกันกับบริษัทโทรคมนาคมทั่วโลก เร่งพัฒนาขีดความสามารถการแข่งขัน

ทศพร ซิมตระการ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานเทคโนโลยีสารสนเทศ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) (CAT Telecom) เปิดเผยถึง โครงการพัฒนาระบบคลังข้อมูล / เหมืองข้อมูล (Data Warehouse / Data Mining) ของบริษัท กสท โทรคมนาคม ว่า โครงการดังกล่าวเป็นการนำเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาใช้รวบรวมข้อมูลสําคัญทางธุรกิจจำนวนมากที่อยู่กระจัดกระจายภายในองค์กรของกสท ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลของลูกค้า ข้อมูลด้านการเงิน ข้อมูลบุคลากร ข้อมูลตัวชี้วัดผลการปฏิบัติงานองค์กร และข้อมูลจากภายนอกให้อยู่ในที่แหล่งเดียวกัน ทําให้ทุกหน่วยงานสามารถใช้ประโยชน์จากข้อมูลที่ตรงกันในการค้นหา ทํารายงาน ตลอดจนนำมาวิเคราะห์เชิงลึกให้เห็นมุมมองในหลายมิติ เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจและกำหนดกลยุทธ์ขององค์กรได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว

โดยใช้งบประมาณในการลงทุนครั้งนี้ จำนวน 179 ล้านบาท เพื่อครอบคลุม 4 ด้านด้วยกันคือ ด้านการใช้งานเครือข่าย(Network Usage) ด้านลูกค้าและตลาด ด้านการประเมินผลองค์กร (Balanced Scorecard) และ ด้านการเงิน

โดย CAT Telecom สามารถวิเคราะห์การใช้งานเครือข่ายซึ่งถือว่าเป็นรายได้หลักขององค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถแบ่งกลุ่มลูกค้าและวิเคราะห์แนวโน้มตลาดได้อย่างแม่นยำเพื่อคิดค้นบริการใหม่ๆ นอกจากนั้นยังสามารถวิเคราะห์การทำงานของบุคลากรเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพได้ดีขึ้น พร้อมทั้งวิเคราะห์และวางกลยุทธ์การบริหารจัดการด้านการเงินให้เป็นไปตามเป้าหมายขององค์กร

“เมื่อระบบคลังข้อมูลของ กสทโทรคมนาคม สามารถ วิเคราะห์การใช้งานเครือข่ายถือว่าเป็นรายได้หลักขององค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถแบ่งกลุ่มลูกค้าและวิเคราะห์การทำงานของบุคลากรเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพให้ดีขึ้น และยังวิเคราะห์และวางกลยุทธ์การบริการบริหารจัดการด้นการเงินให้เป็นไปตามเป้าหมายขององค์กร” ทศพร กล่าว

ทั้งนี้ความร่วมมือดังกล่าว ซึ่งซอฟต์แวร์ของ แซส และการดําเนินการติดตั้งจากบริษัท ไออาร์ซีพี จะช่วยตอบโจทย์ของโครงการนี้ได้เป็นอย่างดี เนื่องจากโซลูชั่นของแซสเป็นระดับสากลที่มีการใช้งานในภาคธุรกิจโทรคมนาคมในหลายๆ ประเทศ อีกทั้งทีมงานทั้งสองมีประสบการณ์ในการพัฒนาและติดตั้งระบบ CAT Telecom จึงมั่นใจว่า โครงการดังกล่าวจะสําเร็จลุล่วงและพัฒนาต่อยอดไปสู่ธุรกิจอัจฉริยะ (Business Intelligence) ซึ่งจะช่วยให้องค์กรมีความได้เปรียบในการแข่งขันทางธุรกิจทั้งในระดับประเทศและระดับสากล ในฐานะผู้ให้บริการสื่อสารโทรคมนาคมแห่งชาติได้

6. บริษัท บีบีแอนด์ที คอร์ปอเรชัน

สหรัฐอเมริกา - อุตสาหกรรมธนาคาร (Banking industry) มักจะต้องมีการดำเนินการตรวจสอบสถานะของธุรกิจ (Due Diligence) อยู่เสมอ เพื่อความโปร่งใส รักษาความน่าเชื่อถือทางการเงินและลดต้นทุนการดำเนินงาน อย่างไรก็ตาม จากกฎระเบียบที่ออกมาหลังเหตุการณ์ 9/11 ภายใต้กฎหมายต่อต้านการก่อการร้ายสหรัฐ (USA PATRIOT Act) ทำให้เกิดความต้องการในด้านการตรวจสอบสถานะทางธุรกิจเพิ่มเติม เพื่อระบุ และรายงานกิจกรรมการฟอกเงิน โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมทางการเงินของผู้ก่อการร้ายที่น่าสงสัย

ในการรับมือกับมาตรการดังกล่าว บริษัท บีบีแอนด์ที คอร์ปอเรชัน บริษัทด้านการเงินครบวงจรที่ใหญ่อันดับ 9 ของสหรัฐ ได้เลือกใช้ SAS Anti-Money Laundering เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อกฎข้อบังคับต่างๆ ได้ โดยบริษัทพบว่า แซส เป็นโซลูชั่นที่ใช้งานง่ายพร้อมด้วยการสนับสนุนและบริการด้านเทคนิคที่เข้มแข็ง

“การตรวจสอบเกี่ยวกับสถาบันทางการเงินเพิ่มมากขึ้น เพื่อการป้องกันและการรายงานด้านอาชญกรรมทางการเงิน” เมสัน ฮินเกล ผู้จัดการด้านการป้องกันการฟอกเงิน บริษัท บีบีแอนด์ที กล่าว และว่า “ในสภาพเศรษฐกิจโลกปัจจุบัน การติดตามการป้องกันการฟอกเงินเป็นแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดไม่ว่าจะในด้านความปลอดภัยและเพื่อความน่าเชื่อถือของตัวสถาบันเอง”

เพื่อเป็นการป้องกันการฟอกเงิน บริษัท บีบีแอนด์ที ต้องดำเนินการตรวจสอบและติดตามบัญชีลูกค้ากว่า 16 ล้านบัญชีในแต่ละวัน แม้ บริษัท บีบีแอนด์ที ได้จัดเจ้าหน้าที่ คอยตรวจสอบการป้องกันการฟอกเงินโดยเฉพาะเกือบ 30 คน แต่ธนาคารไม่สามารถจัดการกับงานมหาศาลดังกล่าวได้ด้วยโซลูชั่นการตรวจจับแบบเดิม หน่วยงานนี้ต้องการโซลูชั่นที่สามารถตอบสนองกฎข้อบังคับ และสนับสนุนความมั่นคงโดยรวมของบริษัท รวมทั้งต้องการซอฟต์แวร์ด้านการติดตามด้วย

แม้ว่าจะมีผู้ค้าซอฟต์แวร์หลายรายนำเสนอบริการติดตามและตรวจสอบการป้องกันการฟอกเงิน แต่บริษัท บีบีแอนด์ที ได้เลือกโซลูชั่นของบริษัท แซส โดยที่ผ่านมาบริษัท บีบีแอนด์ที ได้ใช้โซลูชั่นอื่นๆ ของบริษัท แซส มาแล้วและด้วยความเชื่อมั่นในความน่าเชื่อถือด้านองค์กรของบริษัท แซส จึงทำให้ตัดสินใจเลือกแซส ด้านการป้องกันการฟอกเงิน ทั้งนี้ บริษัท บีบีแอนด์ที ต้องการโซลูชั่นป้องกันการฟอกเงินที่ยืดหยุ่นและสามารถปรับขยายได้เมื่อความต้องการด้านธุรกิจและกฎระเบียบเปลี่ยนแปลงไป จะเห็นได้ว่าบรรดาผู้นำของธนาคารต่างๆ ล้วนเลือกที่จะลงทุนกับแซสเพื่อตอบสนองความต้องการด้านดังกล่าว

“บริษัท บีบีแอนด์ที นำโซลูชั่นแซสเข้ามาใช้ได้อย่างราบรื่นมาก” ฮินเกล กล่าว และว่า “บริษัทให้ความสำคัญกับโครงการนี้มาก รวมทั้งได้จัดสรรทรัพยากรที่เหมาะสมเพื่อทำให้แน่ใจได้ว่าโครงการนี้จะประสบความสำเร็จ โดย SAS Anti-Money Laundering ถูกนำมาใช้ตั้งแต่ปี 2547 และนับจากนั้นเป็นต้นมา บริษัทก็ได้ดำเนินการปรับปรุงเพิ่มเติมโซลูชั่นนี้อย่างต่อเนื่อง”

ฐานข้อมูลเกี่ยวกับการทำธุรกรรมทางธนาคารที่ดำเนินการผ่านโซลูชั่นของบริษัท แซส จะถูกอัพเดททุกคืนแทนที่จะเป็นสัปดาห์หรือเป็นเดือน สถานการณ์จำลองถูกดำเนินการกับฐานข้อมูลเพื่อระบุกิจกรรมที่น่าสงสัย และแสดงผลให้เห็นอย่างรวดเร็ว โดย สามารถเรียกใช้สถานการณ์จำลองต่างๆ ได้มากถึง 25 สถานการณ์ ตั้งแต่การสร้างโครงสร้างของกิจกรรมที่มีเส้นสายโยงใยไปจนถึงการดำเนินการเกี่ยวกับเงินสด สิ่งนี้ให้ภาพรวมที่เห็นได้ชัดของกิจกรรมที่ซับซ้อนของลูกค้าธนาคารที่มีจำนวนมากและกำลังเพิ่มจำนวนขึ้นทุกวัน

“การรวมข้อมูลทั้งหมดเข้าด้วยกันให้ข้อดีเป็นพิเศษ” แอนน์ นอร์เวลล์ ผู้จัดการฝ่ายสืบสวนสอบสวนการป้องกันการฟอกเงินของบริษัท บีบีแอนด์ที กล่าว และว่า “เราสามารถเก็บรักษาข้อมูลต่างๆ ไว้ได้ด้วยแอพพลิเคชั่นของบริษัท แซส ทำให้กิจกรรมที่อาจดูน่าสงสัย สามารถดำเนินการตรวจสอบเพิ่มเติมได้อีกในภายหลัง และด้วยข้อมูลเก่ารวมทั้งการวิเคราะห์เชิงเปรียบเทียบที่ได้รับ ทำให้เราได้ประโยชน์อย่างแท้จริง”

บริษัท แซส สามารถช่วยบริษัท ทีทีแอนด์ที ระบุกิจกรรมที่เป็นอาชญกรรมได้ ตัวอย่างเช่น ถ้ามีการแจ้งเตือน (Red Alert) ธนาคารจะแจ้งให้หน่วยงานด้านกฎหมายและและหน่วยงานภาครัฐทราบ
“เป็นเรื่องน่ายินดีที่กิจกรรมต้องสงสัยที่เราตรวจพบโดยใช้แซส สามารถช่วยหน่วยงานด้านกฎหมายในด้านการสืบสวนและสอบสวนได้” ฮินเกิล กล่าว และว่า “การมีโซลูชั่นป้องกันการฟอกเงินที่ละเอียดสามารถให้การเข้าถึงข้อมูลได้อย่างแม่นยำ ซึ่งนั่นทำให้เราสามารถระบุกิจกรรมที่น่าสงสัยได้อย่างรวดเร็ว”

7. บริษัท สวินตัน

:เพื่อช่วยในการขยายฐานลูกค้าใหม่ และเพิ่มส่วนแบ่งตลาดด้วยการปรับปรุงประสิทธิภาพให้กับเคมเปญการตลาดของบริษัท

บริษัท สวินตัน ธุรกิจขายตรงประกันภัยชั้นนำในอังกฤษ ตัดสินใจเลือกใช้แซสเพื่อช่วยในการขยายฐานลูกค้าใหม่ และเพิ่มส่วนแบ่งตลาดด้วยการปรับปรุงประสิทธิภาพให้กับเคมเปญการตลาดของบริษัท โดยบริษัท แซส ผู้นำด้านการวิเคราะห์ธุรกิจ ช่วยให้บริษัท สวินตัน สามารถจัดแคมเปญการตลาดได้ในเวลาที่เหมาะสมและตรงเป้าหมายโดยอัตโนมัติ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างแรงจูงใจเพื่อขยายฐานลูกค้าใหม่ และต่ออายุสัญญาประกันภัยกับลูกค้าเดิม ซึ่งนั่นจะสนับสนุนให้บริษัท สวินตัน สามารถก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านการขายตรงในตลาดประกันภัยส่วนบุคคลได้ตามที่ตั้งเป้าหมายไว้

นอกจากจะช่วยให้เกิดความเข้าใจในพฤติกรรมของลูกค้าแล้ว การวิเคราะห์ของแซสยังช่วยให้บริษัท สวินตัน สามารถคาดการณ์ผลตอบรับแต่ละแคมเปญทางการตลาดที่เฉพาะเจาะจงได้ ดังนั้นบริษัท สวินตัน จึงสามารถตอบสนองความต้องการให้กับลูกค้าที่มีศักยภาพได้ดีขึ้นด้วยข้อเสนอที่เหมาะสมและตรงเวลา

นอกจากนี้ บริษัท สวินตัน ยังใช้แซสในการประเมินประสิทธิภาพของโปรแกรมการตลาดทางตรงทั้งหมด เช่น ทางจดหมาย อีเมล์ เว็บ และเอสเอ็มเอส โดยจะทำความเข้าใจว่าช่องทางใดใช้งานได้ดีที่สุด และช่องทางใดควรจะต้องได้รับการปรับปรุง ซึ่งแซสทำให้ บริษัท สวินตัน สามารถจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรด้านการตลาดเพื่อสนับสนุนช่องทางที่สามารถสร้างผลลัพธ์ที่ดีที่สุดให้กับบริษัทได้

นายแอนดริว มิลส์ ผู้จัดการฝ่ายข้อมูลลูกค้า บริษัท สวินตัน กล่าวว่า “ในช่วงที่ผ่านมา นับเป็นเรื่องยากสำหรับบริษัทที่จะจัดการตอบสนองความต้องการของลูกค้าจากช่องทางที่หลากหลายเหล่านี้ แต่ปัจจุบันบริษัทได้รวบรวมข้อมูลทั้งหมดไว้ในที่เดียว และมีแซสเข้ามาช่วยในด้านการวิเคราะห์ ส่งผลให้บริษัทมีมุมมองด้านการจัดการในระดับที่ละเอียดมากยิ่งขึ้น โดยสามารถรับรู้ได้ว่าลูกค้าของบริษัทมีพฤติกรรมอย่างไร และยังช่วยให้บริษัทสามารถประเมินแคมเปญที่จะนำมาใช้และสามารถปรับปรุงแคมเปญให้ดียิ่งขึ้นได้”

การเลือกใช้แซส ทำให้บริษัท สวินตัน สามารถจัดแคมเปญได้หลายรูปแบบโดยไม่มีปัญหา ซอฟต์แวร์ของแซสสามารถลดเวลาในการสร้างแคมเปญ การนำแคมเปญไปใช้อย่างอัตโนมัติ และลดเวลาการทำรายงานเพื่อประเมินประสิทธิภาพของแคมเปญ โดยการเพิ่มขึ้นของประสิทธิภาพทำให้ทีมงานด้านการตลาดของบริษัท สวินตัน มุ่งที่ผลลัพธ์ของแคมเปญมากกว่า

แซสได้ถูกเลือกเพื่อนำมาใช้ในโซลูชั่นด้านการตลาดอย่างครบวงจรที่ตอบสนองความต้องการของบริษัท สวินตัน ได้ทั้งหมด ตั้งแต่การเข้าถึงข้อมูล การสร้างสรรค์แคมเปญ การติดตามและการรายงานการตอบสนองเพื่อประเมินผลแคมเปญ นอกจากนี้ความสามารถในการปรับเปลี่ยนการใช้งานของแซส พร้อมกับความเชี่ยวชาญและความรู้ของทีมงาน ยังทำให้บริษัท สวินตัน เชื่อมั่นว่าแซสสามารถจัดการกับความต้องการด้านการตลาดในอนาคตของบริษัทได้
นายขวัญชัย เลิศจุลัศจรรย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แซส ซอฟท์แวร์ (ไทยแลนด์) จำกัด กล่าวว่า “ตลาดประกันและอื่นๆ ในปัจจุบันมีการแข่งขันสูงมาก เนื่องจากพิษเศรษฐกิจ ทำให้คนตัดสินใจในการเลือกซื้อประกันยากยิ่งขึ้น คู่แข่งก็เพิ่มมากขึ้น และธนาคารเองก็มีการเสนอบริการด้านประกันให้แก่ลูกค้าธนาคารและบุคคลทั่วไป โดยตลาดยังต้องการ การประกันด้านสุขภาพและความปลอดภัย ทำให้บริษัทประกันต่างๆ มองหาโซลูชั่นด้านการตลาดมาช่วยในการออกแคมเปญ ให้มีประสิทธิภาพสูงสุดและคุ้มค่าต่อการลงทุน เพื่อสามารถแข่งขันในตลาดได้มากขึ้น โดยแซส สามารถช่วยให้บริษัทสามารถวิเคราะห์กลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยทีมงานมืออาชีพของแซส ที่สามารถนำซอฟต์แวร์ไปใช้งานได้จริง นอกจากนี้แซส ได้จัดกิจกรรมทางการตลาดอย่างต่อเนื่อง”

เกี่ยวกับบริษัท สวินตัน

• บริษัท สวินตัน มีสาขาทั่วประเทศ 470 แห่ง ถือเป็นธุรกิจประกันภัยขายตรงชั้นนำในประเทศอังกฤษ
• บริษัท สวินตัน ต่างจากบริษัทอื่นๆ ในอุตสาหกรรมบริการทางการเงินตรงที่มุ่งมั่นที่จะทำให้สาขาของบริษัทเปิดกว้างสำหรับธุรกิจต่างๆ และเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน
• บริษัท สวินตัน เป็นจุดศูนย์รวมของการประกันภัยและความต้องการต่างๆ ของลูกค้าที่เกี่ยวข้องกับการประกันภัย ไม่ว่าจะเป็นการประกันภัยบ้าน รถยนต์ การเดินทางเป็นกลุ่ม ธุรกิจ การเที่ยวพักผ่อนในวันหยุด จักรยานยนต์ และแม้แต่การประกันภัยรถยนต์รุ่นคลาสสิก
• ด้วยความช่วยเหลือของทีมที่ปรึกษาที่มีความชำนาญซึ่งประจำอยู่ในทุกสาขาของบริษัท ทำให้ลูกค้าสามารถได้รับบริการที่มีคุณภาพในราคาที่ยอมรับได้

เกี่ยวกับบริษัท แซส

บริษัท แซส เป็นผู้นำในตลาดซอฟแวร์และบริการด้านการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงธุรกิจ และเป็นผู้ค้าอิสระรายใหญ่ที่สุดในตลาดระบบธุรกิจอัจฉริยะ (Business Intelligence) ด้วยโซลูชั่นด้านนวัตกรรมที่ทำงานภายใต้โครงสร้างที่ผสมผสาน แซส สามารถช่วยลูกค้ากว่า 45,000 ราย ในการเพิ่มประสิทธิภาพและมูลค่า เพื่อการตัดสินใจที่รวดเร็วและดีกว่า นับตั้งแต่ปี 2519 บริษัท แซส ได้มอบแนวคิดการสร้างสรรค์อํานาจแห่งการรอบรู้ หรือ The Power to Know? ให้กับลูกค้าทั่วโลก

8. บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (มหาชน) จำกัด (เอไอเอส)

:เสริมสร้างความเป็นผู้นำและกระตุ้นการเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยการบริการลูกค้าในเชิงรุก

บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (มหาชน) จำกัด (เอไอเอส) ซึ่งเป็นผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่รายใหญ่ที่สุดของไทย สามารถนำแอพพลิเคชั่น Siebel Customer Relationship Management (CRM) ของออราเคิล มาปรับใช้เพื่อสร้างสรรค์โปรแกรมการดูแลลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ความสำเร็จจากการใช้เทคโนโลยีดังกล่าวยังส่งผลให้เอไอเอสผ่านเข้ารอบสุดท้ายในการตัดสินรางวัลในสาขา “Excellence in Enterprise CRM” ในระดับโลก ในการประชุมสุดยอด CRM ของการ์ทเนอร์ ซึ่งจัดขึ้นที่ชิคาโกเมื่อไม่นานมานี้

“การที่เอไอเอสได้รับการยอมรับในระดับสากลจากการ์ทเนอร์นับเป็นเครื่องยืนยันถึงคุณประโยชน์ที่เราได้รับจาก Siebel CRM ในการปรับปรุงการให้บริการแก่ลูกค้าและการเพิ่มความพึงพอใจให้แก่ลูกค้า รวมทั้งการขยายธุรกิจให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง” คุณอาภัทรา ศฤงคารินกุล รองกรรมการผู้อำนวยการสายงานโซลูชั่นของเอไอเอส กล่าว “ความสำเร็จในครั้งนี้นับว่ามีความสำคัญอย่างมากต่อความร่วมมือระหว่างเอไอเอสและออราเคิล ทั้งยังแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเราในการนำเสนอบริการที่เหนือกว่าและประสบการณ์ที่เป็นเลิศสำหรับลูกค้าในเมืองไทย”

“ในปัจจุบัน ตลาดโทรศัพท์มือถือมีการแข่งขันที่สูงมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของราคา ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่อาจส่งผลให้ลูกค้าเปลี่ยนไปใช้บริการของบริษัทอื่นกันมากขึ้น ด้วยเหตุนี้เอไอเอสจึงเริ่มปรับใช้ระบบ CRM ในการดำเนินธุรกิจมาเป็นระยะเวลานานพอสมควร ซึ่งระบบดังกล่าวช่วยให้บริษัทฯ สามารถเพิ่มความได้เปรียบในการแข่งขันและเพิ่ม มูลค่าเพิ่มในการให้บริการ รวมถึงการพัฒนาแคมเปญสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าได้อย่างตรงใจ เพราะเข้าใจและเห็นถึงข้อมูลความต้องการของลูกค้า” มร. นอร์เบิร์ท คิส ผู้จัดการทั่วไป กลุ่มธุรกิจซีอาร์เอ็ม ออราเคิล อาเซียน กล่าว

เสริมสร้างความเป็นผู้นำและกระตุ้นการเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยการบริการลูกค้าในเชิงรุก
เอไอเอสตระหนักว่าการบริการลูกค้าในเชิงรุก (Proactive Customer Service) นับเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันและขยายส่วนแบ่งตลาด ดังนั้นเอไอเอสจึงร่วมมือกับออราเคิลเพื่อปรับเปลี่ยนจากรูปแบบการบริการลูกค้าโดยยึดตามทรานแซคชั่น (transaction-based) ไปสู่รูปแบบโซลูชั่นซึ่งจะมีการปรับใช้ CRM สำหรับทุกแง่มุมของการดำเนินการที่เกี่ยวกับลูกค้าตลอดอายุการใช้งาน

ปัจจุบัน เอไอเอส มีผู้ใช้ระบบ Siebel CRM ของออราเคิลมากกว่า 4,000 ราย โดยครอบคลุมทั้งผู้ใช้ภายในองค์กรและตัวแทนจำหน่าย และด้วยการปรับใช้ Siebel Communications for Mobile Carriers ซึ่งเป็นเวอร์ชั่นพิเศษของแอพพลิเคชั่น Siebel ของออราเคิล ทำให้เอไอเอสสามารถผสานรวมระบบงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับลูกค้า โดยครอบคลุมสำนักงานและเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศไทย ทั้งยังสามารถตรวจสอบติดตามและวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของลูกค้า และนำเสนอบริการสำหรับกลุ่มเป้าหมายเฉพาะเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าแต่ละกลุ่มอย่างลงตัว

“รูปแบบการให้บริการเชิงรุกในลักษณะโซลูชั่นนี้นับว่ามีประสิทธิภาพอย่างมาก” คุณอาภัทรา กล่าวเสริม “หลังจากที่ใช้ระบบ Siebel CRM ของออราเคิล เอไอเอสสามารถลดอัตราการเปลี่ยนไปใช้บริการของบริษัท (Churn Rate) อื่นจนอยู่ในระดับต่ำกว่าอัตราเฉลี่ยของอุตสาหกรรมถึง 50 เปอร์เซ็นต์ และเพิ่มรายได้จากบริการเสริมได้อย่างต่อเนื่อง เอไอเอสนับเป็นผู้นำในตลาดอย่างชัดเจน โดยเราครองส่วนแบ่ง 50 เปอร์เซ็นต์ในตลาดโทรศัพท์มือถือในประเทศไทย”

ก่อนหน้าที่จะติดตั้ง Siebel CRM ของออราเคิล เอไอเอสต้องพึ่งพาระบบที่ผู้ใช้ต้องทำงานเอง (Manual) และฐานข้อมูลที่ไม่ได้เชื่อมต่อกัน รวมทั้งช่องทางการติดต่อลูกค้าหลากหลายช่องทาง เช่น คอลล์เซ็นเตอร์ สำนักงานสาขา ร้านค้าปลีก ตัวแทนจำหน่าย และเว็บไซต์ แต่ในปัจจุบัน ข้อมูลและการติดต่อทั้งหมดสำหรับลูกค้า 18 ล้านรายของเอไอเอส ทั้งระบบพรีเพด (pre-paid) และโพสต์เพด (post-paid) ถูกจัดเก็บไว้ที่ส่วนกลาง ซึ่งทำให้เจ้าหน้าที่สามารถเรียกดูข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับลูกค้าแต่ละรายได้อย่างครบถ้วนจากจุดเดียว

การปรับใช้ระบบ Siebel CRM ของออราเคิล ทำให้เอไอเอสสามารถสร้างระบบอัตโนมัติสำหรับกระบวนการด้านการขายและบริการ ทั้งยังเพิ่มความรวดเร็วฉับไวในการตัดสินใจอย่างถูกต้องเหมาะสม ปรับปรุงประสิทธิภาพในการดำเนินงาน เพิ่มความรวดเร็วในการตอบสนองต่อลูกค้า เพิ่มความพึงพอใจให้แก่ลูกค้า และรักษาฐานลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพในการบริหารจัดการเครือข่ายดีลเลอร์ เนื่องจากคู่ค้าได้รับข้อมูลอย่างสม่ำเสมอและทันท่วงที จึงสามารถให้บริการแก่ลูกค้าได้อย่ามีประสิทธิภาพ และสามารถนำเสนอบริการและโปรโมชั่นใหม่ๆ ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ในทางกลับกัน เอไอเอสก็สามารถขยายความครอบคลุมไปยังพื้นที่ที่ไม่ได้เข้าไปทำตลาดโดยตรง และสามารถตรวจสอบดูแลและประเมินประสิทธิภาพของดีลเลอร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยระบบดังกล่าว

รูปแบบการปรับใช้ระบบ Siebel CRM ของออราเคิล ส่งผลให้เอไอเอสผ่านเข้ารอบสุดท้ายในฐานะผู้ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Gartner CRM Excellence Awards ในสาขา “Excellence in Enterprise CRM” โดยเหตุผลที่ทำให้เอไอเอสได้รับเลือกก็คือ ประสิทธิภาพในการดำเนินงานที่โดดเด่น และประโยชน์ที่ได้รับจากการติดตั้งและปรับใช้ระบบ Siebel CRM ของออราเคิล ซึ่งครอบคลุมส่วนงานต่างๆ ภายในองค์กร โดยนอกจากจะช่วยเพิ่มความพึงพอใจให้แก่ลูกค้าแล้ว ยังช่วยกระตุ้นการเติบโตของรายได้และฐานลูกค้าอีกด้วย

9. บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

:ช่วยเพิ่มศักยภาพในการขยายระบบคลังข้อมูล (Data Warehousing) ของทรู โดยพัฒนาเป็นศูนย์ข้อมูลกลาง ให้แต่ละกลุ่มธุรกิจได้แบ่งปันและใช้ข้อมูลร่วมกัน ทำให้สามารถใช้ประโยชน์จากข้อมูลลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าระบบข้อมูลเดิม

บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการสื่อสารครบวงจรหนึ่งเดียวในประเทศไทย และ ผู้นำชีวิตคอนเวอร์เจนซ์ไลฟ์สไตล์ เลือกใช้โซลูชั่น Oracle Database Machine และ Oracle? Exadata Storage Servers. เพื่อผนวกรวมข้อมูลลูกค้าและรองรับการใช้งานในธุรกิจหลักทั้ง 5 กลุ่ม ได้แก่ ทรูมูฟ ทรูออนไลน์ ทรูวิชั่นส์ ทรูมันนี่ และทรูไลฟ์

ซอฟต์แวร์สตอเรจอัจฉริยะที่ทำงานได้อย่างรวดเร็วและเปี่ยมประสิทธิภาพของออราเคิล ช่วยเพิ่มศักยภาพในการขยายระบบคลังข้อมูล (Data Warehousing) ของทรู โดยพัฒนาเป็นศูนย์ข้อมูลกลาง ให้แต่ละกลุ่มธุรกิจได้แบ่งปันและใช้ข้อมูลร่วมกัน ทำให้สามารถใช้ประโยชน์จากข้อมูลลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าระบบข้อมูลเดิม ที่สามารถใช้งานเฉพาะในแต่ละกลุ่มธุรกิจเท่านั้น จึงเพิ่มโอกาสในการพัฒนานวัตกรรมและนำเสนอสินค้าและบริการใหม่ๆ ได้เหมาะสมตรงใจลูกค้าทุกกลุ่มอย่างแท้จริง นอกจากนี้ ระบบคลังข้อมูลใหม่ ยังพร้อมรองรับการบริหารข้อมูลลูกค้ารอบด้านแบบ 360 องศา สอดคล้องกับยุทธศาสตร์คอนเวอร์เจนซ์ไลฟ์สไตล์ของทรู โดยการนำข้อมูลลูกค้าที่ครบถ้วนสมบูรณ์ มาวิเคราะห์และประมวลผลได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังสามารถจัดแบ่งกลุ่มลูกค้า ขยายกิจกรรมการตลาดหลากหลายรูปแบบ รวมถึงนำเสนอสินค้าและบริการที่มีประสิทธิภาพและประยุกต์ตรงตามความต้องการของลูกค้าแต่ละราย เพื่อเพิ่มความพึงพอใจสูงสุดในการใช้บริการของลูกค้า

โซลูชั่น Oracle Exadata เหนือกว่าด้วยประสิทธิภาพสูงในระดับราคาที่ถูกกว่า โดยสามารถเอาชนะผลิตภัณฑ์คู่แข่งอย่างเห็นได้ชัดจากการทดสอบประสิทธิภาพ และได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าในกลุ่มอุตสาหกรรมต่างๆ ในฐานะแพลตฟอร์มที่ดีที่สุดสำหรับระบบคลังข้อมูล Oracle Exadata Storage เป็นการผสานรวมซอฟต์แวร์สตอเรจอัจฉริยะจากออราเคิล เข้ากับอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ที่เป็นมาตรฐานโดยจะช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพในการค้นหาข้อมูลจากระบบคลังข้อมูลให้รวดเร็วขึ้นกว่า 10 เท่า

นายสุวิชา ภรณวลัย ผู้อำนวยการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (แอพลิเกชัน) บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า “ทรูเลือกใช้เทคโนโลยีของออราเคิล เพราะเป็นระบบที่ครบวงจร ติดตั้งง่ายและรวดเร็ว ช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย และที่สำคัญยังสามารถขยายขนาดเพื่อรองรับคลังข้อมูลที่ใหญ่ขึ้น ซึ่งโซลูชั่น Oracle Database Machine และ Oracle Exadata Storage Servers ที่เปี่ยมประสิทธิภาพของออราเคิล จะเสริมความแข็งแกร่งของยุทธศาสตร์คอนเวอร์เจนซ์ของทรูได้เป็นอย่างดี”

นายบรรเจิด ตั้งวรธรรม รองผู้อำนวยการด้านระบบลูกค้าสัมพันธ์และบิลลิ่ง บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวเสริมว่า “การรักษาฐานลูกค้ามีความสำคัญมากขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะในภาวะการแข่งขันของธุรกิจในปัจจุบัน โดยโซลูชั่น Oracle Database Machine และ Oracle Exadata Storage Servers ช่วยเพิ่มศักยภาพของระบบคลังข้อมูล ให้สามารถจัดเก็บ วิเคราะห์ และประมวลผล ข้อมูลได้แบบ 360 องศา ช่วยให้เข้าใจพฤติกรรมการใช้งานของลูกค้าและสามารถพัฒนานวัตกรรมและแพกเกจบริการต่างๆ ได้เหมาะสมและตรงใจไลฟ์สไตล์ลูกค้าทุกกลุ่ม อีกทั้งยังช่วยในการบริหารการใช้งานเครือข่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วย”
มร. ริคกี้ คาปูร์ รองประธานฝ่ายขายผลิตภัณฑ์ด้านเทคโนโลยีประจำภูมิภาคอาเซียน ออราเคิล เอเชีย แปซิฟิก กล่าวว่า “ในขณะที่โซลูชั่นคลังข้อมูลอื่นๆ พึ่งพาเทคโนโลยีแบบปิด แต่เราพัฒนา Oracle Exadata บนมาตรฐานระบบเปิดและคอมโพเนนท์ฮาร์ดแวร์ที่เป็นที่มีชื่อเสียง ดังนั้นจึงสามารถผนวกรวมเข้ากับสภาพแวดล้อมไอทีขององค์กรได้อย่างกลมกลืน Oracle Exadata เป็นโซลูชั่นที่เหมาะสมสำหรับองค์กรที่ต้องการระบบประมวลผลประสิทธิภาพสูงเพื่อรองรับทรานแซคชั่นของดาต้าแวร์เฮาส์ในระดับหลายเทราไบต์”

คุณณัฐศักดิ์ โรจนพิเชฐ กรรมการผู้จัดการประจำภูมิภาคอาเซียนของออราเคิล และกรรมการผู้จัดการบริษัท ออราเคิล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวสรุปว่า “ในช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความท้าทายทางด้านเศรษฐกิจนี้ องค์กรธุรกิจต่างๆ ต้องการโซลูชั่นระบบธุรกิจอัจฉริยะที่ทำงานได้อย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และประหยัดค่าใช้จ่าย โซลูชั่น Oracle Exadata สามารถตอบสนองความต้องการขององค์กรธุรกิจขนาดใหญ่ได้อย่างลงตัว พร้อมด้วยความสามารถในการขยายขนาดของระบบในรูปแบบเวอร์ช่วลได้อย่างไร้ขีดจำกัดเพื่อช่วยให้ธุรกิจของลูกค้าเติบโตอย่างต่อเนื่อง”

10. บริษัทไทยโตชิบา อุตสาหกรรม จำกัด

:เผยกลยุทธ์ด้านสารสนเทศเพื่อเพิ่มศักยภาพและความคล่องตัวในการดำเนินธุรกิจ โดยตัดสินใจเลือกโซลูชั่นส์ออราเคิล อี-บิสซิเนสสวีทมาใช้ในองค์กร

บริษัทไทยโตชิบา อุตสาหกรรม จำกัด ผู้ผลิตเครื่องใช้ภายในบ้าน, ผลิตภัณฑ์ด้านภาพและเสียง และมอเตอร์รายใหญ่ของไทยภายใต้ชื่อ “โตชิบา” เผยกลยุทธ์ด้านสารสนเทศเพื่อเพิ่มศักยภาพและความคล่องตัวในการดำเนินธุรกิจ โดยตัดสินใจเลือกโซลูชั่นส์ออราเคิล อี-บิสซิเนสสวีทมาใช้ในองค์กร โดยให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการด้านการผลิต, ด้านการเงินและนวัตกรรมทางด้านวิศวกรรม

โตชิบาวางแผนจะติดตั้งโซลูชั่นส์ออราเคิล อี-บิสซิเนสสวีท ซึ่งรวมถึง ระบบบริหารจัดการคลังสินค้า (Oracle Warehouse Management System) , การจัดการด้านการขายและจัดส่ง (Oracle Trade Management), โซลูชั่นส์สำหรับการวางแผนการสั่งซื้อและศูนย์ซ่อม (Oracle Demand Planning and Oracle Depot Repair) โดยทั้งหมดนี้จะมุ่งไปที่การรวมศูนย์ข้อมูลและขยายขอบเขตการใช้ข้อมูลโดยรวมภายในองค์กร
“กระบวนการทางธุรกิจนับเป็นหัวใจของธุรกิจ โดยเราจำเป็นต้องมีโซลูชั่นส์ที่เชื่อถือได้มากที่สุดโดยต้องแก้ไขปัญหาและความท้าทายต่างๆ ของเราได้อย่างมีประสิทธิภาพ การติดตั้งโซลูชั่นส์ของออราเคิลโดยทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์สูง จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจ ตั้งแต่ฝ่ายที่ต้องติดต่อลูกค้าไปจนถึงฝ่ายให้บริการสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง ซึ่งทั้งหมดนี้คือปรัชญาองค์กรของโตชิบาในการ “นำสิ่งที่ดีสู่ชีวิต” ของผู้บริโภคชาวไทย” คุณกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มบริษัทโตชิบา ประเทศไทย กล่าว

“เรามุ่งมั่นที่จะประสบความสำเร็จในการปรับกระบวนการทำงานของเราโดยเห็นผลได้อย่างชัดเจนจากการติดตั้งโซลูชั่นส์ อี-บิสซิเนสสวีทครั้งนี้ โซลูชั่นของออราเคิลจะมาอำนวยความสะดวกและลดเวลาที่เกิดขึ้นกับการดำเนินงานแบบเดิมที่ต้องใช้ทั้งคนและทรัพยากรจำนวนมาก อีกทั้งยังช่วยลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นที่เกิดจากการทำงานในปัจจุบันอีกด้วย ทั้งนี้ หลักในการดำเนินธุรกิจและปรัชญาองค์กรของโตชิบามุ่งมั่นในการนำเสนอมาตรฐานผลิตภัณฑ์และบริการที่สูงที่สุดให้กับผู้บริโภค ดังนั้นการมีกระบวนการธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลที่มีประสิทธิภาพจะขยายศักยภาพการสื่อสารระหว่างกันและความเป็นอัตโนมัติขององค์กรในอันที่จะนำไปสู่ความสำเร็จของธุรกิจและเพิ่มความพอใจของลูกค้าของเรา” มร. ฮิเดโอะ โมริชิเกะ ประธานบริษัทไทยโตชิบา อุตสาหกรรม จำกัด กล่าว

คุณณัฐศักดิ์ โรจนพิเชฐ, กรรมการผู้จัดการประจำภูมิภาคอาเซียน ออราเคิล คอร์ปอเรชั่น เอเชีย-แปซิฟิกและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ออราเคิล คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัดกล่าวว่า “โซลูชั่นส์ของออราเคิลช่วยให้กระบวนการด้านข้อมูลของธุรกิจเชื่อมถึงกันอย่างราบรื่นและเพิ่มประสิทธิภาพในการแข่งขันขององค์กรได้โดยทำให้ข้อมูลธุรกิจประสานกันอย่างมีประสิทธิภาพและปรับการทำงานภายในองค์กรให้เป็นระบบอัตโนมัติอย่างแท้จริง การติดตั้งโซลูชั่นของออราเคิลครั้งนี้จะผสานการทำงานระหว่างบริษัทไทยโตชิบา อุตสาหกรรมกับบริษัทอื่นๆ ในเครือโตชิบาที่ใช้โซลูชั่นของออราเคิลอยู่แล้วเป็นไปอย่างราบเรียนไร้ข้อจำกัด และเมื่อการติดตั้งเรียบร้อยสมบูรณ์แล้ว ผู้บริหารของโตชิบาจะสามารถทำการตัดสินใจที่สำคัญได้อย่างรวดเร็วโดยตั้งอยู่บนข้อมูลเชิงลึก ณ เวลาปัจจุบันที่ธุรกิจดำเนินอยู่

คุณกนิษฐ เมืองกระจ่าง รองประธานบริษัทไทยโตชิบา อุตสาหกรรม จำกัด เปิดเผยว่า “การตัดสินใจใช้โซลูชั่นส์ ออราเคิลครั้งนี้เป็นการเปลี่ยนแปลงกระบวนการทางธุรกิจครั้งสำคัญของโตชิบา นอกจากการนำซอฟต์แวร์สำหรับองค์กรขนาดใหญ่มาใช้แล้ว โตชิบายังได้ใช้โอกาสนี้ตรวจสอบการทำงานขององค์กรในระดับซัพพลายเชนทั้งระบบอีกด้วย ดังนั้นจึงนับได้ว่านี่เป็นความสำเร็จที่สำคัญสองอย่าง ซึ่งได้แก่การปรับกระบวนการทางธุรกิจและการนำระบบวางแผนทรัพยากรองค์กรมาใช้อย่างจริงจัง ซึ่งโครงการปรับปรุงธุรกิจครั้งใหญ่นี้มีชื่อว่า “Synergy + Project”” คุณกนิษฐ กล่าวเสริม

ในการนี้โตชิบาได้มอบหมายให้บริษัทที่ปรึกษา “Tplus Consulting” ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาในเครือของกลุ่มบริษัทโตชิบา ประเทศไทย มาเป็นผู้รับผิดชอบการติดตั้งระบบทั้งหมด บริษัท Tplus Consulting ที่ตั้งขึ้นเพื่อให้บริการให้คำปรึกษาแก่กลุ่มบริษัทโตชิบา ประเทศไทย และลูกค้าภายนอกบริษัทอีกด้วย ซึ่งบริษัท Tplus จะให้ความสำคัญกับการช่วยให้องค์กรธุรกิจได้สร้าง, ผนวกและพัฒนากลยุทธ์สำหรับธุรกิจและเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่คุ้มค่ากว่าและมีขีดความสามารถที่แข่งขันได้เหนือกว่า

“บริษัท Tplus รับผิดชอบในส่วนของการปรับปรุงและจัดรวมระบบซัพพลายเชนทั้งหมดของโตชิบา นอกจากนั้นยังออกแบบโครงสร้างพื้นฐานด้านสารสนเทศให้กับกลุ่มบริษัทโตชิบา ไทย และควบคุมดูแลความคืบหน้าโครงการทั้งหมดโดยอยู่บนพื้นฐานของความราบรื่นและมั่นใจได้ว่าว่าการปรับเปลี่ยนจากระบบที่มีอยู่เดิมไปสู่ออราเคิลจะประสพความสำเร็จลุล่วงตามที่วางแผนไว้” คุณกนิษฐ กล่าวสรุป