Facebook’s Platforms
Mark Zuckerberg เป็นผู้ก่อตั้ง Facebookในปี 1959 อีกทั้งเป็น CEO ของบริษัทอีกด้วย ภายใน 4 ปี Facebook มีสมาชิก 175 ล้านคน โดยมากกว่า 70% เป็นผู้ใช้จากทั่วทุกมุมโลก และมีเพียง 30% ที่เป็นผู้ใช้จากสหรัฐอเมริกา ทำให้ Facebook เป็นเครือข่ายสังคมออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดโดยเฉพาะในหมู่ของผู้ใช้ที่ต้องการสร้างความสัมพันธ์ การที่ Facebook ได้รับความนิยมอย่างมากเพราะ Facebook แตกต่างจาก Social network อื่นๆคือ มีการใช้ระบบสมาชิกเพื่อควบคุมบุคคลภายนอกเข้ามาดูข้อมูลส่วนตัวได้ และการที่สมาชิกสามารถควบคุมการทำ content ต่างๆได้ด้วยตนเอง ผู้ใช้สามารถอัพเดทสถานะส่วนตัว และรูปภาพต่างๆได้เป็นจำนวนมาก อีกทั้งสามารถลิ้งก์ไปยังเว็บต่างๆได้ Facebook จึงกลายเป็นเว็บไซต์แบ่งปันรูปภาพที่ใหญ่ที่สุด โดยมีสถิติว่าภายในเดือนกุมภาพันธ์เพียงเดือนเดียวมีผู้เข้าชมเว็บไซต์เป็นจำนวน30 ล้านคน อัพโหลดรูปภาพ 850 ล้านรูปและ share content 240 ล้านหัวข้อ ทำให้ในเดือนตุลาคม ปี 2007 บริษัท Microsoft ได้ลงทุนเป็นจำนวนเงิน 240 ล้านดอลลาร์สหรัฐกับ Facebook แม้ Facebook จะได้รับความนิยมอย่างมาก แต่กลับไม่ได้สร้างรายได้ให้แก่บริษัทมากนัก ทำให้ Facebook ได้สร้าง Banner Advertising ขึ้นแต่ก็ยังสร้างรายได้ที่น้อยอยู่ ทำให้ Facebook ได้มีการปรับเปลี่ยนการสร้างรายได้เป็น 3 ประเภทดังนี้
1. มีการบริการด้าน Ecommerce ให้ผู้ใช้สามารถส่ง Feedback ผ่าน Facebook Beacon Program
2. บริษัทยังมี Facebook Platform ให้ผู้พัฒนาsoftware (third-party developer) สามารถเข้ามาสร้าง Applications ใน Facebook ได้
3. Search deal กับ Microsoft Case Study: Facebook’s Platforms
Facebook’s Early Year
กุมภาพันธ์ 2004 Mark Zuckerberg นักศึกษาปริญญาตรีที่ Harvard University และเพื่อนร่วมห้องอีกสองคนได้ร่วมกันออกแบบ facebook เวอร์ชั่นแรก เพื่อเป็นตัวเลือกในการแสดงทะเบียนรายชื่อของนักศึกษา Harvard ด้วยความรวมเร็วและการเชื่อมต่อที่ง่าย โดย facebook คล้ายกับเวบไซต์Social Network อื่นๆที่ผู้ใช้สามารถแสดง profile เพื่อติดต่อกับผู้อื่น อย่างไรก็ตาม facebook มีความแตกต่างจากเวบไซต์ Social Network อื่นๆตรงที่ในตอนแรกถูกจำกัดแค่สมาชิกที่ใช้อีเมล “.edu” เท่านั้น ทำให้ facebook มุ่งเน้นความสัมพันธ์ในโลกแห่งความเป็นจริง Zuckerberg อธิบายถึงเวบไซต์ว่า “คนเราล้วนมีเพื่อน คนรู้จัก และเครือข่ายธุรกิจอยู่แล้ว ดังนั้นแทนที่จะสร้างความสัมพันธ์ใหม่ เราแค่นำทางพวกเขาเท่านั้น”
Facebook ยังคงจำกัดการมองเห็น profile ไว้แค่สมาชิกที่อยู่มหาวิทยาลัยเดียวกันเท่านั้น อย่างเช่น นักศึกษา Harvard สามารถดู profile ของนักศึกษา Harvard ด้วยกันเท่านั้น ทำให้เกิดสภาพแวดล้อมที่ไว้ใจได้ในการที่จะแชร์ข้อมูล Zuckerberg อธิบายเหตุผลว่า “คนเรามีข้อมูลที่ไม่ได้ต้องการแชร์ให้ทุกคนเข้าถึง ถ้าคุณให้พวกเขามีส่วนในการควบคุมได้ว่าข้อมูลไหนที่ต้องการแชร์หรือใครที่พวกเขาต้องแชร์ด้วยได้ พวกเขาจะแชร์ข้อมูลมากขึ้นอย่างแน่นอน อย่างเช่น 1 ใน 3 ของผู้ใช้ของเราแชร์ข้อมูลเบอร์โทรศัพท์มือถือ”
สภาพทางการเงินของ facebook เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว Zuckerberg ทำรายได้ 5 แสนเหรียญสหรัฐ จากนักลงทุนรายแรก ได้แก่ Peter Thiel ผู้ร่วมก่อตั้ง Pay-Pal ในเดือนพฤษภาคมปี 2005 facebook ได้รับเงินลงทุนเพิ่มจาก Accel Partners 12.7 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยในขณะนั้น facebook มีมูลค่าจากการประเมินอยู่ที่ประมาณ 100 ล้านเหรียญสหรัฐ 11 เดือนหลังจากนั้น บริษัทได้รับเงินจากการลงทุนเพิ่มอีก 27.5 ล้านเหรียญสหรัฐ จาก Greylock Partners, Meritech Capital Partners, Accel และThiel โดยมีมูลค่าจากการประเมิน 500 ล้านเหรียญสหรัฐ ช่วงฤดูร้อนปี 2006
Yahoo พยายามที่จะขอซื้อ facebook ด้วยลงเงิน 1พันล้านเหรียญสหรัฐ แต่ Zuckerberg ได้ทำการปฎิเสธโดยบอกคณะกรรมการบริหารว่า facebook สามารถสร้างมูลค่าได้มากกว่านั้นด้วยตัวของ facebook เอง
Facebook Platform
ในปี 2007 Facebook ออก feature ต่างๆจำนวนมาก เช่น การส่งข้อความ การสร้างกลุ่ม การประชาสัมพันธ์เหตุการณ์ การแชร์วีดีโอ และการสร้าง blog ขณะนั้นบริษัทจึงเปลี่ยนยุทธศาสตร์ให้ Facebook เป็น “ระบบปฏิบัติการ” ที่สามารถใช้ application ต่างๆ ได้ ในเดือนพฤษภาคม 2007 บริษัทได้เปิดตัว Facebook Platform ซึ่งเป็นชุดเครื่องมือสำหรับสร้าง application ต่างๆ
Facebook Platform มี 3 องค์ประกอบ คือ
1.application programming interface (API)
2.query language
3.markup language
Google’s Opensocial Platform
การเติบโตอย่างรวดเร็วของ Facebook ควบคู่ไปกับ application platform ถือได้ว่าเป็นคู่แข่งโดยตรงกับ Google ซึ่งได้ให้บริการทางอินเตอร์เน็ตมากมายรวมถึง การค้นหาข้อมูล อีเมล์ ปฏิทิน การส่งข้อความ แบ่งปันข้อมูลแบบออนไลน์ และโฆษณาต่อผู้ใช้กว่า 10 ล้าน Facebook ได้เป็นอุปสรรคที่สำคัญของ Google ใน 3 ประการ คือ
ประการแรก Facebook ได้ป้องกัน search engine ของ Google จากการเข้าถึงประวัติของผู้ใช้
ประการที่สอง Facebook สามารถใช้ข้อมูลทางสังคมต่างๆเพื่อที่จะสร้าง search engine ที่มีศักยภาพ
ประการสุดท้าย Facebook platform สามารถเป็น “platform ที่รวม application และการบริการที่
คุณเชื่อว่า ดีที่สุดในอินเตอร์เน็ตและ ให้คุณเข้าถึงเครือข่ายทางสังคมอย่างครอบคลุมด้วยควมรวดเร็วในระดับสูงสุด” สิ่งเหล่านี้ได้เป็นอุปสรรคต่อการเติบโตของ Google
Facebook Ads
ในเดือนพฤศจิการยน ปี2007 Facebook ได้ออกการรับโฆษณาเป็นครั้งแรกชื่อ Facebook Ads เป้าหมายในตอนเริ่มแรกนั้นคือเพื่อทำการโฆษณาผ่านผู้ใช้ โดยกล่าวว่า “การโฆษณาจะเพียงข้อความสั้นๆที่ส่งจากบริษัท นอกจากนี้มันจะเป็นการแบ่งปันข้อมูลระหว่างเพื่อน ดังนั้นเราจะใช้สังคมเป็นตัวสร้างระบบโฆษณาใหม่ๆขึ้นมา” Facebook Ads ประกอบไปด้วย Facebook Pages และ Social Ads
Facebook Pages จะอนุญาติให้กลุ่มธุรกิจ แบรนด์สินค้า ศิลปิน และ ประชาชนทั่วไป เป็นผู้สร้าง Facebook Pages ขึ้นมาได้ฟรีโดยลักษณะจะคล้ายกับหน้าประวัติของผู้ใช้งานใน Facebook “หน้าหลักจะรวมประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้ทุกๆคนบน Facebook ในหน้านี้ และนี่คือจุดเริ่มต้นของธุรกิจ”
ผู้โฆษณาสามารถลงโฆษณาในหน้าเหล่านี้ผ่าน Social Ads โดยจะสามารถระบุกลุ่มเป้าหมายในการโฆษณาของพวกเขาผ่านการใช้ keywords เช่น เพศ อายุ ที่อยู่ ประวัติ Social Ads จะมีความสัมพันธ์กับ Faccebook Ads ในแบบเพื่อน News Feeds Facebook Ads จะมี feature คือ Facebook Beacon ซึ่งจะอนุญาตให้ผู้ที่ลงโฆษณาสามารถลงข่าวเกี่ยวกับการกระทำใดๆของผู้ใช้ในเว็บไซต์ของผู้โฆษณาภายนอก เพื่อให้เพื่อนของผู้ใช้บน Facebook ได้เห็น
Facebook Connect
platform นี้ได้ให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงthird-party sitesและนำผู้ใช้เข้าสู่โครงข่ายสังคมออนไลน์ และเพิ่มเติมรูปแบบใหม่ๆให้แก่ผู้ใช้งาน
**'' บทความเพิ่มเติม ''
Facebook ช่องทางใหม่ของนักการตลาด**
กลยุทธ์ทางการตลาดในการลงโฆษณาทางเว็บไซต์ กลายเป็นช่องทางที่ทำให้เจ้าของธุรกิจเข้าถึงลูกค้ากลุ่มเป้าหมายได้ง่ายขึ้น ถ้าพูดถึง Social Media อย่าง Facebook แล้วอาวุธลับสำหรับการทำการตลาดออนไลน์ของเหล่า E-Marketing Campaign ทั้งหลายคือการสร้างหน้า Fan Page และสำหรับบางคนหรือผู้เริ่มต้นบางคนต้องมีคำถามในใจว่า "แล้วจะเริ่มโปรโมต Fan Page ใน Facebook ให้มันดังยังไงดี?" บทความนี้สามารถช่วยคุณได้บ้างสำหรับ 5 สเตปเทพแบบพื้นฐาน ที่ผู้เริ่มต้นควรรู้ไว้!
ทำไมต้องทำ Fan Page? ก็เพราะทำไมน่ะเหรอ! ก็ทุกธุรกิจในปัจจุบันนั้นใช้ช่องทางนี้ในการตักตวงสมาชิกหรือฐานลูกค้าใน Social Network บน FaceBook หมดแล้วผ่านการสร้าง Fan Page ซึ่งเป็น Tool ที่ฉลาดผสานกับแนวคิดไอเดียการสร้างกลุ่มผู้ใช้งานผู้สนใจหรือผู้บริโภคและ สามารถเข้าถึงได้อย่างผู้ใช้บริการได้ง่ายไม่แปลกใจเลยที่ Alexa ได้จัดอันดับ Facebook เป็นเว็บที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับสองของโลกรองจาก Google และไม่นานก็อาจจะแซงหน้า Google ก็เป็นได้ หมายความว่าหน้า Fan Page ใน Facebook ที่ได้สร้างขึ้นสามารถชี้วัดดัชนีการเติบโตของกลุ่มธุรกิจหลากหลายได้อย่าง รวดเร็วและสามารถค้นหาได้ง่ายผ่าน Google หรือเครื่องมือค้นหาตัวอื่น ติดอันดับบนในผลการค้นหาได้ง่าย และ นี่เป็น 5 สเตปเทพที่ควรทำครั้งแรกในการสร้าง Fan Page ให้เป็นที่รู้จักได้รวดเร็ว
1. ไป Invite เพื่อนๆหรือคนที่รู้จักในลิสเครือข่าย Facebook ของคุณ
คุณมีเพื่อนหรือคนรู้จักที่รู้จักเป็นการส่วนตัว หรือ เพื่อนร่วมงานที่ออฟฟิศ นั่นแหละคือเป้าหมายแรกที่จะเป็นกลุ่มที่ช่วยเหลือและขยาย Fan Page ของคุณ
คุณ สามารถ Invite หรือเชิญบุคคลเหล่านี้เป็นหัวหน้ากลุ่ม (Administrator) ของ Fan Page คุณหรือไม่ก็เป็นกลุ่มแรกๆที่เป็นหัวหลักหัวโตในการสร้าง Fan Page และขยายเครือข่าย เป็นการสร้างฐานสมาชิกแรกเริ่มถ้ายิ่งเริ่มต้นในปริมาณที่มากการกระจายของ เส้นสายสมาชิกก็ยิ่งจะได้ผลในวงกว้าง เพียงแค่คุณคลิก "Suggest to Friends" หรือ "แนะนำ เพื่อน" ในหน้า Fan Page ของคุณเริ่มพิมพ์ชื่อของสมาชิกหรือเพื่อนในส่วนของ Friend List โดยการกรอง Keywords ในการ Filter เลือกกลุ่มที่น่าจะได้ผลกับธุรกิจหรือประเภทของ Fan Page ของเราดังตัวอย่างในภาพ การกรองกลุ่มที่จะแนะนำเป็นไปได้ว่าอาจจะใช้เวลาระยะนึง กว่าจะเห็นใบหน้าที่คุ้นเคยโผล่ขึ้นมาในช่อง Friend หรือ Fan List แต่ไม่นานก็จะเห็นว่าเมื่อกลุ่มที่สนใจได้รับคำเชิญ หรือ Invited ไปก็จะเข้ามา Be come a Fan ในไม่ช้า
2. ค้นหาคนที่จะ Join Page โดยใช้ Facebook Search
Feature ของ Facebook อย่างเจ้า Facebook Search (มองไปที่แถบ ค้นหา search ข้างบน Facebook) ไม่ง่ายและไม่ยากในการที่จะค้นหากลุ่มคนที่จะมาร่วม join Fan Page กับเรา เลือกเมนู "Posts by Everyone," กับ Keyword ของคุณ คุณจะพบ Wall หรือ บทสนทนาของบุคคลนั้นอาจจะอยู่ในลิสรายชื่อเครือข่ายของคุณหรืออาจจะไม่อยู่ ไม่รู้จักกันเลย แต่คุณจะเห็นข้อมูลเกี่ยวกับ Keyword นั้นๆปรากกฏขึ้นมาและก็ไม่ยากนักถ้าคุณจะเข้าไปแอบดูบทสนทนานั้นแล้วก็ Add Friends หรือ suggest to a fan อย่างง่ายดาย ส่วนกลุ่มเพื่อนในเครือข่ายของคุณก็สามารถหาข้อมูลได้เช่นกันโดยการเลือก เมนู "Posts by Friends"
3. ทำ Ads บน Facebook เพื่อดึงดูดคนเข้ามา Fan Page (Social Ads)
Social Ads หรือ Advert บนข้างแถบด้านซ้ายมือเว็บไซต์ Facebook เป็นอีกวิธีที่ได้ผลเพราะเป็นการหว่านแหผู้สนใจในการนำเสนอหรือกลุ่มของคุณ และไม่ต้องกลัวคนจะไม่คลิกที่โฆษณา หากว่า Fan Page ที่คุณโฆษณาเป็นที่ต้องการของพวกเขาแล้วพวกเขาจะไม่รีรอในการกดคลิกโฆษณา ด้านขวามือของ Facebook เลย เพราะพวกเขาเหล่านั้นสนใจใน Fan Page ของคุณ กลยุทธ์นี้ใช้ ต้นทุนน้อย แต่ได้ผลตอบรับอย่างมีประสิทธิภาพในการหาเป้าหมายกลุ่มผู้ใช้บริการโดยตรง พอๆกับการ Filter ด้วย Keyword จะต่างกันก็เพียงคนเหล่านี้สนใจที่จะเข้ามาเองเพียงคุณ
คลิก "Promote With an Ad" หรือ "ส่งเสริม กับ โฆษณา" ในหน้า Fan Page ของคุณคุณก็จะสามารถเริ่มระบบแคมเปญโฆษณา สามารถกำหนดวงเงินการใช้จ่ายรายวัน $10-$20 เหรียญหรือจำนวนเงินที่เหมาะสมกว่านั้นกับแคมเปญของคุณโดยเจาะจงด้วย Keyword เป็นไปได้สูงที่จะเล่นแคมเปญโฆษณาบน Facebook มากกว่า 2-3 วันอาจจะเล่นซัก 4-5 วันด้วยงบประมาณ ไม่เกิน $25 ต่อวันแล้วหยุดเล่นแคมเปญชั่วคราวก็เพื่อดู ฟีดแบ็ค ซักสองสัปดาห์หากว่ายังไม่เป้นที่น่าพอใจก็ลองเล่นใหม่อีกครั้งเพื่อสังเกต การเปลี่ยนแปลง
หมายเหตุ: เนื่องด้วยเป็นสเตปที่ต้องเสียเงินผู้ลงทุนควรศึกษาเร็ทการลงโฆษณาและวางแผนระยะเวลาในการเล่นแคมเปญต่างๆให้ดี!
4. ช่วยโปรโมต Facebook Fan Page ด้วย Twitter App
ตัวช่วย Fan Page Facebook ของคุณอีกตัวคือ Twitter เป็น เครื่องมือช่วยเหลือที่ดีมาก ที่สำคัญรวดเร็วอัพเดททันใจทางเลือกที่ดีที่สุดคือไปติดตั้ง Twitter App for Facebook เมื่อคุณอัพเดทสถานะบน Wall ไม่ว่าจะเป็น link, photo, video ในหน้า Facebook ก็จะมีการอัพเดทไปที่ Twitter เช่นกันซึ่งหากว่าคุณมี Twitter account ที่มีคน Follow คุณเยอะแยะมากมายแล้วความเป็นไปได้ที่กลุ่มผู้สนใจจะวิ่งเข้ามาที่ Fan Page ก็จะเยอะขึ้นเช่นกันเป็นการเพิ่มสมาชิกจากอีกแหล่งข้อมูลอื่นที่นอกเหนือ Facebook และ Google
5. Facebook Fan Box Widget
Facebook Fan ox Widget เป็นรูปแบบที่ดีที่จะเพิ่มช่องทางการกระจาย Fan Page ให้เป็นที่รู้จัก ผ่าน Blog หรือ Website ของคุณหรือเพื่อนของคุณ เจ้า Widget ตัวนี้จะแสดงฐานสมาชิกของ Fan Page คุณและช่วยให้ผู้อื่นที่รู้จักสมาชิกใน Widget นี้สามารถเห็นเพื่อนหรือคนรู้จักที่เป็นแฟนของ Fan Page เราอยู่นั้นมาเป็นแฟนด้วยทันที ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อวิธีนี้ได้ผลจริงนะ
แหล่งที่มา: daydev.com
ข้อมูลเพิ่มเติม วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2554
Facebook profile กับ Facebook page ต่างกันอย่างไร ???????
Facebook คือ กลุ่มเครือข่ายสังคมออนไลน์ที่สามารถสื่อสารถึงกันได้อย่างรวดเร็ว ในกลุ่มคนที่สมัครหรือยินยอมที่จะสังคมด้วย จริงๆ แล้ว social network ไม่ได้มีแค่ facebook อย่างเดียว จริงๆ ที่เราได้ยินมาก่อนหน้านี้ ก็ hi5 หรือ ฮิห้า (อิอิ) แล้วที่มาแรงอีกอย่างหนึ่ง ก็เห็นจะเป็น twitter ซึ่งมีทั้งคนดัง ดารา และกลุ่มคนที่ให้กระแสความสนใจเป็นอย่างมาก เพื่อไม่ให้เสียเวลา ผู้เขียนขออธิบายในส่วนของ facebook พอสังเขป สำหรับคนที่เป็นมือใหม่ละกันนะคะ
Facebook profile
1. เป็นหน้าข้อมูลส่วนตัวของบุคคล
2. จะมีได้เพียงหนึ่งหน้าข้อมูลส่วนตัว หรือ profile
3. สามารถเพิ่มเพื่อนหรือหาชื่อเพื่อนได้ หรือลูกเล่นเยอะกว่า facebook page
Facebook page
1. เป็นหน้าข้อมูลเกี่ยวกับองค์กร หรือสร้างสำหรับธุรกิจ
2. เราสามารถสร้างได้ทีเดียวหลายกลุ่ม หรือหลาย page
3. ไม่สามารถเพิ่มเพื่อนได้เอง เพราะ Facebook page จะอยู่ภายใต้ Facebook profle
ที่สำคัญข้อดีของทั้งสอง ก็คือ “ฟรี” ไม่เสียเงินแต่อย่างใด
จัดทำโดย
5220211029 น.ส.ณัฐกานต์ แก้วรัศมี
5220211043 นาย ธนากร สินทวีวรกุล
5220211050 น.ส.ครองใจ ทะแกล้วพันธุ์
5220211054 น.ส.ปริยานุช บานแย้ม
5220211063 น.ส.สิรินทร์ มหสุภาชัย





