
.
.
LG LIFE'S GOOD (46,749 คนถูกใจสิ่งนี้)
http://www.facebook.com/thailandlifesgood
แอลจี ผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้า โทรคมนาคมจากเกาหลี ซึ่งผลิตสินค้าขึ้นมากมายหลายประเภท เป็นอีกหนึ่งในแบรนด์ที่ใช้ประโยชน์จาก Fan Page บน Face book ใช้ทดสอบความต้องการของลูกค้า โดยทำเป็นควิซ ใส่คำถามเชิงพฤติกรรม เพื่อวัดกระแสก่อนเลือกผลิตภัณฑ์มาจำหน่ายในไทย เช่น คำถามที่ว่า สีแบบไหนที่ชื่นชอบและอยากซื้อมาใช้ คำตอบของแฟนๆ ที่ได้รับกลับมา ทำให้การตัดสินใจนำผลิตภัณฑ์ใหม่เข้ามาจำหน่ายมีข้อมูลมารองรับมากขึ้น
“เมื่อ Fan Page ทำให้ลูกค้ามีส่วนร่วมในผลิตภัณฑ์มากขึ้น ยิ่งได้คุยกับคนที่รู้จักแบรนด์ ผลที่ได้จะไม่ค่อยบิดเบือน ทำให้เกิด Sale Opportunity ใหม่ๆ ขึ้นมา”
.
.
.

.jpg)
AVIANCE THAILAND (8,064 คนถูกใจสิ่งนี้)
http://www.facebook.com/aviance.th
Aviance แบรนด์ขายตรงของ Unilever Network เข้าสู่โลกของเฟซบุ๊ก โดยเลือกใช้ Fan Page เป็นช่องทางใส่ไอเดียได้ไม่จำกัดทั้ง CRM และ CSR และสามารถดึงคนจากในออฟไลน์และออนไลน์มามีปฏิสัมพันธ์กันได้
เริ่มจากการทำแคมเปญ โดยให้ Celebrity muj เป็นดีเจ 2 คน แข่งลดน้ำหนัก เพื่อดึงแฟนๆ โดยทั้งคู่จะครีเอตบทสนทนาให้น่าสนใจเพื่อสร้าง Product Awareness ให้กับ Aviance Slim จากนั้นเอาผลของการลดน้ำหนักในแต่ละวันไปแสดงใน Fan Page ให้แฟนๆ ได้เห็นความคืบหน้า ซึ่งทำให้พวกเขาเห็น Product Benefit ผ่านประสบการณ์ของ Celebrity จากนั้นก็เสริมโปรโมชั่นเข้าไป ขณะเดียวกันก็ผนวก CSR ด้วย โดยหากลดได้ทุก 1 กิโลกรัม จะบริจาคข้าวสารจำนวน 1 ตัน ผลที่ได้คือ Fan Page ของ Aviance เพิ่มขึ้นเฉลี่ยเดือนละ 1,000 คน
นอกจากนี้ ใน Fan Page ของ Aviance ยังจัดช่วงตอบคำถามสุขภาพจากผู้เชี่ยวชาญแบบ Real Time ในทุกวันอังคารเวลา 15.00-17.00 น. ซึ่งเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ Fan Page ของ Aviance ใกล้ชิดกับแฟนๆ มากขึ้น
.
.
.


SMIRNOFF EXPERIENCE THAILAND (37,126 คนถูกใจสิ่งนี้)
http://www.facebook.com/SmirnoffThailand
จุดมุ่งหมายของพวกเขาเพื่อสร้างให้ผู้บริโภคมีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์กิจกรรมทางการตลาด ที่ เป็นการตลาดแนวใหม่ที่จะมีบทบาทมากขึ้นในอนาคต เป็นการตลาดแนวใหม่ในอนาคต ไม่ใช่แค่แบรนด์เป็นคนผลักดันตลาด และสร้างสรรค์กิจกรรมต่างๆ เพียงอย่างเดียว แต่Consumers มีส่วนมากในการนำเสนอ Idea กิจกรรมต่างๆ ที่แบรนด์จัดขึ้น”
การทำตลาดตลอด 3 ปีของ Smirnoff ใช้ Social Network เป็นสื่อหลักในการสื่อสารกับผู้บริโภค ทั้งการแนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ รวมทั้งการเปิดให้กลุ่มแฟนร่วมเสนอแนะไอเดียในกิจกรรมการตลาดของ Smirnoff ก่อนนำไอเดียเหล่านั้นมาสังเคราะห์จนกลายเป็นกิจกรรมที่ไม่เหมือนใคร และมาจากไอเดียของผู้บริโภคอย่างแท้จริง
.
.
.

CLUB21 (THAILAND) (37,126 คนถูกใจสิ่งนี้)
http://www.facebook.com/club21thailand
ปัจจุบัน Club 21 ใช้ Social Network ทั้ง Facebook และ Twitter ในการสื่อสารกับกลุ่มลูกค้า โดยแบ่งแยกจุดประสงค์ชัดเจน โดย Facebook จะทำหน้าที่ใกล้เคียงกับเว็บไซต์ของแบรนด์ ในการนำเสนอคอลเลคชั่นใหม่ ภาพกิจกรรมของทางแบรนด์ จุดศูนย์กลางของโปรโมชั่น หรือ แม้กระทั่งตำแหน่งงานว่าง ทั้งหมดรวมอยู่ในแฟนเพจของ Club 21 ส่วน Twitter ทำหน้าที่สนับสนุนแฟนเพจ เพราะพิมพ์ได้แค่ 140 ตัวอักษรต่อข้อความทำให้เล่นอะไรไม่ได้มาก
.
.
.

KBank Live (119,906 คนถูกใจสิ่งนี้)
http://www.facebook.com/KBankLive
KBanklive วาง Positioning เป็นเพื่อนกลุ่มเป้าหมาย และใช้วิธีเข้าถึงโดยเลือกรูปโพรไฟล์เป็น Avatar ผู้หญิง ที่เป็นอีเกิร์ลส์ของเคแบงก์ อายุ 25-30 ปี เพื่อให้แฟนๆ รู้สึกว่าเข้ามาในเพจแล้วคุยกับเพื่อนมากกว่าเมื่อเทียบกับการใช้โลโก้ ที่ทำให้ผู้บริโภครู้สึกห่างไกลกับเพจ
คอนเทนต์ที่โพสต์จะแบ่งเป็น 2 ลักษณะ คือ Soft Issue ที่พูดคุยเรื่องทั่วไป เหมือนเพื่อน ใกล้ชิด ใช้ภาษาสุภาพแต่ไม่ทางการ มีความไว้วางใจได้ บางทีเป็นเรื่องของคำแนะนำ เช่น การท่องเที่ยว สุขภาพ แนะนำร้านอาหาร และ Hard Issue ที่ต้องหลีกเลี่ยงคือข้อมูลส่วนตัว การเมือง ศาสนา และประเด็นที่อ่อนไหว
ในช่วงที่มี Fan Pageเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว คือช่วงที่มีเล่นเกมชิง หลังจากมีฐาน Fan Page หลายหมื่นคน ได้เริ่มต่อยอดมากขึ้น โดยทดลองเป็นสื่อเพื่อโปรโมตบริการของ K-Mobile Banking Plus ของเคแบงก์ โดยใช้สื่อหน้า Fan Page เป็นหลัก ผลเบื้องต้นคือมีคนสมัครใช้บริการ K-Mobile Banking Plus มากขึ้น ภายใน 2-3 เดือนมีลูกค้าเพิ่มขึ้นถึง 7,000-8,000 คน
บทบาทหน้าที่ของ KBanklive ยังต้องไม่ลืมการโปรโมตผลิตภัณฑ์อื่นๆ ของธนาคาร ที่ต้องไม่ใช่มุ่งมั่นขายของอย่างตรงไปตรงมา หรือฮาร์ดเซล วิธีการคือต้องผ่านการ นอกจากนี้ KBanklive ยังมีบทบาทช่วยแก้ไขปัญหาของลูกค้า เมื่อเจอลูกค้าโพสต์แจ้งปัญหาการใช้บริการ ทีมงานจะต้องตอบกลับลูกค้าภายใน 1 ชั่วโมง ให้ลูกค้ารู้สึกดีขึ้นว่ามีคนรับฟังปัญหาแล้ว จากนั้นจึงประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ปัญหากับลูกค้าโดยตรง ในจุดนี้จึงถือเป็นความร่วมมือของทั้งองค์กรในการช่วยทำให้ Fan Pageทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
KBanklive ที่เริ่มคลิก Like แรก ด้วยทิศทางและเป้าหมายที่ชัดเจน จนเรตติ้งเพิ่มตลอดเวลา นี่คือการยึดทิศทางของเคแบงก์ที่ ”บัณฑูร ล่ำซำ” ซีอีโอ ประกาศตลอดเวลาว่า เคแบงก์ให้บริการโดยยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (Customer Centric) ที่ตอนนี้ลูกค้าจำนวนมากเข้าไปอยู่ในโลกโซเชี่ยลมีเดีย ชอบข้อมูลข่าวสารและแบ่งปัน เคแบงก์ก็ต้องตามให้ทัน ลูกค้าอยู่ที่ไหน ก็ต้องเข้าไปคุยให้ถึงที่ เพื่อให้แบรนด์เคแบงก์อยู่ในใจลูกค้า และยิ่งคุยกันมากขึ้นก็ยิ่งผูกพันกว่าเดิม
Kbank Key Success
1. วาง Positioning ให้เป็นเพื่อนปรึกษาทุกเครื่อง เพื่อสร้าง Brand Awareness และ Engagement
2. หลักการออกแบบคอนเทนต์
• เนื้อหา ให้ตรงกับความต้องการของลูกค้า มีความบันเทิง น่าเชื่อถือ และพร้อมให้ความช่วยเหลือ จดจำได้ง่าย สัมผัสถึง จับต้องได้
• Soft Content ให้เน้นความเป็นเพื่อนแบบพูดคุย ความถี่เฉลี่ย 5 ครั้งต่อวัน ด้วยภาษาพูดคุย ไม่เป็นทางการแต่สุภาพ เช่น ไม่ใช่ภาษาแชต การสะกดคำให้ถูกต้อง
• Hard Content ไม่คุยเรื่องการเมือง ศาสนา ไม่ร่วมกับกลุ่มความขัดแย้งใดๆ ไม่มีความรุนแรง เน้นความปลอดภัย หลีกเลี่ยงข้อมูลเกี่ยวกับความลับต่างๆ
3. อย่าโพสต์แต่เฉพาะสินค้าและบริการเท่านั้น แต่คือการเชื่อมโยงสัมพันธ์กับลูกค้า ด้วยการพูดคุยและกิจกรรม
4. เมื่อลูกค้าโพสต์แจ้งปัญหาบริการต้องตอบภายใน 1 ชั่วโมง ว่าได้รับทราบเรื่องลูกค้าแล้ว เพื่อให้ลูกค้าคลาย
ความรู้สึกที่ไม่ดี หรือรู้สึกดีขึ้น
5. สรุปความสำเร็จ
• เข้าใจพฤติกรรมลูกค้าอย่างดี
• ความคงเส้นคงวา ไม่หยุดพูดคุยกับลูกค้า และไม่ใช่การขายของเป็นหลัก
• การได้รับการสนับสนุนเต็มที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการช่วยแก้ปัญหาให้ลูกค้า
.
.
.

Air Asia (76,413 คนถูกใจสิ่งนี้)
http://www.facebook.com/pages/Air-Asia/47800005306
การจองตั๋วเครื่องบินของแอร์เอเชีย ที่อยู่บนออนไลน์เป็นหลัก ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่วัยทำงาน คุ้นเคยกับอินเทอร์เน็ต การเข้าสู่กระแสเชี่ยวกรากของ Social Media โดยเฉพาะ Facebook ที่มีหน้าต่างเชื่อมสัมพันธ์กับลูกค้า จึงเป็นทิศทางที่สำคัญของแอร์เอเชีย ต้องการใช้เครื่องมือเหล่านี้ในการทำการตลาด และประชาสัมพันธ์ ตลอดจนเป็นเครื่องมือสร้างชุมชนจากออนไลน์มาสู่ออฟไลน์
หลักการที่ใช้ในการสร้างแฟนเพจของแอร์เอเชียจะยึด 3 กลยุทธ์หลัก
1. สร้าง Application สำหรับแคมเปญในการเพิ่มยอดแฟนเพจ เช่นให้แฟนชวนแพื่อนมาเป็นแฟนเรา แล้วได้รับตั๋วฟรี
2. เนื้อหาต้อง Up to Date ตอบคำถามเร็วทันใจ Facebook “ทีมงานเราหลับตอนตี 3 ถึง 7 โมงเช้า โดยจะแบ่งเป็นอย่างน้อย 2 กะ เพราะเราต้องตอบคอมเมนต์แฟนๆ ให้เร็วที่สุด” คำยืนยันของเธอ
3. มีเนื้อหาเกี่ยวกับบริการของเราและการท่องเที่ยวใน Destination ต่างๆ ของแอร์เอเชีย เพื่อให้โปรโมตเส้นทางบินของแอร์เอเชีย ที่จะอยู่ในแหล่งท่องเที่ยวเป็นหลัก
บุคลิก Facebook ของแอร์เอเชีย จะมีลักษณะเป็นเพื่อนสาว First Jobber อายุรุ่นราวคราวเดียวกับลูกค้า แต่น่าเชื่อถือ เราไม่ใช้ Outsource เพราะเขาไม่รู้วัฒนธรรมองค์กรของเรา และเราจะให้ลูกค้ารู้เยอะกว่าไม่ได้ ต้องเป็นคนภายในที่รู้ดีและอินกับแบรนด์มากกว่า
.
.
.

DTAC INTERNET (244,775 คนถูกใจสิ่งนี้)
http://www.facebook.com/dtacinternet
Dtac Internet Fan Page ปั้น Mr d ที่เกิดขึ้นจาก Passion และการสนับสนุนเต็มที่จากผู้บริหาร คนทำ Fan Pageต้องตั้งใจมากๆ โดยส่วนตัวต้องมีความสนใจ และสนุกกับมัน ต้องชอบเนื้อหาที่อยู่ในกระแสความสนใจ เพื่อที่จะพูดคุยกับสมาชิกได้ นอกจาก Fan Page แล้ว ทีมดิจิตอลมาร์เก็ตติ้งยังทำหน้าที่ดูว่ามีเครื่องมือใหม่ๆ ในการสื่อสารกับลูกค้าอีกหรือไม่ และนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
Mr d Character เป็นผู้ชายเท่ เป็นกันเอง พูดจามีสาระ คุยเรื่อง Gadget ชอบ Smart Device ไม่ใช้โทรศัพท์ธรรมดา ชอบงานใหม่ ชอบงานดีไซน์ Profile Picture เป็น Avatar ผู้ชาย
KEY SUCCESS
1. Positioning ของตัวเองให้เจอ สำหรับ Mr d คือเป็นเพื่อน ที่นำไปสู่เป้าหมายช่วย CRM Tools และสร้าง Consumer Engagement สื่อสารต่อเนื่องกับลูกค้าเสริมกับสื่ออย่างทีวีซีที่จบ เมื่อหมดเวลาออนแอร์
2. สร้างคอนเทนท์ที่ดี ด้วยหลักการโพสต์ข้อความต้องให้ความรู้สึกว่ามีเนื้อหาแบบ News & Update และเอาใจใส่ความรู้สึกของสมาชิก Fan Page เนื้อหาที่โพสต์ต้องยึดหลักว่า จะพูดทุกเรื่องกับทุกคนไม่ได้
3. มีการชิงรางวัลเฉลี่ยเดือนละครั้ง ด้วยของที่สมาชิกได้แล้วรู้สึกประทับใจ ซึ่งสำคัญมากกว่ามูลค่าสิ่งของ
4. คอนเซ็ปต์คือต้อง ”เขาถาม เราตอบ” โดยต้องตอบปัญหาของสมาชิก Fan Pageที่โพสต์เข้ามาได้เร็ว หากมีการร้องเรียนปัญหาต้องแนะนำช่องทางที่ถูกต้องในการแก้ปัญหาได้
5. วันหนึ่งโพสต์เฉลี่ย 7-8 ครั้งตลอดระหว่างวัน เพื่อไม่ให้รกไทม์ไลน์สมาชิก ที่เฉลี่ยสมาชิกจะมีเพื่อนประมาณ 200 คน
.
.
.
![]()

SANSIRI FAMILY (20,655 คนถูกใจสิ่งนี้)
http://www.facebook.com/sansirifamily
จุดมุ่งหมายของแฟนเพจแสนสิริ จึงมุ่งไปที่การสร้าง Inspiration ที่เชื่อมโยงกับแสนสิริ สำหรับลูกบ้าน แฟนเพจจะช่วยทำให้ชีวิตในบ้านสมบูรณ์ และดีขึ้น ขณะที่กลุ่มบุคคลทั่วไป การซึมซับประสบการณ์ที่ดีๆ จากแสนสิริ เมื่อในอนาคต พวกเขาตัดสินใจซื้อบ้าน แสนสิริก็อาจเป็นหนึ่งในตัวเลือก
คาแร็กเตอร์ของแฟนเพจที่แสนสิริวางไว้ เน้นในเรื่องของไลฟ์สไตล์เป็นหลัก และประโยชน์ที่ลูกบ้านจะได้รับ โดยเฉพาะแนะนำร้านอาหารที่ตั้งอยู่ในทำเลใกล้เคียงกับโครงการ หรือการแจกบัตรคอนเสิร์ตของศิลปินจากค่าย LoveIs ที่แสนสิริจัดเวียนไปตามโครงการในเครือต่างๆ ตลอดทั้งปี ระดับภาษาที่ใช้ เน้นแสดงออกถึงความเป็นกันเอง แต่ไม่ตีสนิท โดยเลือกวางเป็นผู้หญิงอายุระหว่าง 28 – 30 ปี พนักงานออฟฟิศ และพูดจาสุภาพ “ที่สร้างคาแร็กเตอร์เป็นผู้หญิง เพราะมองว่าการเป็นเพื่อนคุย ผู้ชายไม่ดึงดูดเท่าผู้หญิง เพราะผู้หญิงดูเป็นมิตรมากกว่า น่าคุยด้วย เหมือนคุยกับเพื่อนผู้หญิง ที่มีอะไรก็มักนำมาแบ่งปัน บอกต่อ”
.
.
.

DELL THAILAND (28,065 คนถูกใจสิ่งนี้)
http://www.facebook.com/dellthaiclub
วิธีการของเดลล์ คือ ต้องทำแฟนเพจให้เหมือนกับเป็นคนปกติคนหนึ่ง ต้องคอยดูการตอบสนองของกลุ่มแฟน ว่ามีพฤติกรรมตอบรับไม่รับอะไรอย่างไร “แบรนด์ก็เหมือนกับคน ถ้าเราไม่มีกิจกรรมต่อเนื่อง หรือเนื้อหาของกิจกรรมที่เสนอไปลูกค้าไม่รู้สึกเกี่ยวข้อง ก็ไม่อยากร่วมและก็ออกจากสังคมนั้นไป ยกตัวอย่างง่ายๆ เหมือนสมาคมเล่มหมากรุก ถ้าไม่มีคนเล่นสมาคมนี้ก็จะหายไป”
“เหมือนกับสมัยก่อนคนซื้อมือถือเพื่อโทรเข้าออก แต่ตอนนี้คนมีความรู้มากขึ้นอยากได้ทั้งฟังก์ชันและต้องมีดีไซน์สวยงาม เป็นอีโมชั่นฟังก์ชันของแบรนด์ หรือเหมือนกับคนที่ซื้อกระเป๋าหลุยส์ฯ เพราะสังคมยกย่อง คนไว้ใจยี่ห้อนี้ และผมเชื่อว่า ถ้าสังคมใดมีโซเชี่ยลแคปิตอลสูงมาก คนในสังคมจะตัดสินใจซื้อสินค้าโดยมองที่โซเชี่ยลเบเนฟิตมากกว่าฟังก์ชันเบเนฟิต และสังคมออนไลน์ก็เป็นสังคมที่เป็นสังคมจริงๆ สังคมหนึ่งเหมือนกัน”
.
.
.

GTH (301,104 คนถูกใจสิ่งนี้)
http://www.facebook.com/gthchannel
คน 2 คนพูดคุยกับคน 2 แสนคน เป็นเรื่องที่ดูเป็นไปไม่ได้ แต่ “เดชอุดม เข็มแดง” Digital Project Manager แผนกธุรกิจนิวมีเดียและออนไลน์ “ณัฐพร ตรีรุ่งเรืองกิจ” Web Content Creative ปั้น GTHChannel มาแล้วกว่า 1 ปี
หลักการของทั้งสองคนคือพวกเขาไม่ได้ต้องการมีตัวตนในโลกโซเชี่ยลมีเดีย แต่ GTHChannel คือตัวตนที่พูดคุยกับสมาชิกทั้งหมด เพราะเป็นคนนั้นมีอายุขัย และอยู่ไม่นาน แต่แบรนด์อยู่นาน ดังนั้นการทำงานคือไม่ได้ยึดที่ตัวตนและอารมรณ์ความรู้สึกของตัวเองเป็นหลัก แต่แน่นอนการที่จะพูดคุยกับคน 2 แสนคนได้ ก็ต้องมีพื้นฐานการมองโลกในแง่บวก เป็นกลาง นิ่ง และควบคุมอารมณ์ได้อย่างดี และยังต้องรอบรู้และทันต่อสถานการณ์ แม้จะคุยเรื่องบันเทิงก็ตาม
ทั้งสองกับภารกิจ Fan Pageหลัก 2 แสนคนนี้ มีหลักในการทำงานคือดูแลด้วยความชอบและสนุกสนาน และไม่ได้รู้สึกเป็นภาระเพราะไลฟ์สไตล์แต่ละวันก็ออนไลน์อยู่แล้ว แม้จะอยู่ที่ไหนก็สามารถดูและพูดคุยกับ Fan Pageได้ ด้วยเครื่องมือสื่อสารตั้งแต่สมาร์ทโฟน จนถึงไอแพด แม้จะฮอตฮิตเรตติ้งสูงขนาดนี้ และมีเสียงเรียกร้องให้จัดกิจกรรมพบกันจากออนไลน์มาออฟไลน์บ้าง แต่ทั้งสองคนยึดคอนเซ็ปต์ว่าสิ่งที่ Fan Pageอยากเจอมากกว่าคือ GTH ไม่ใช่คนเบื้องหลัง ดังนั้นจึงขออยู่เงียบๆ คุยกันบนหน้า Fan Pageอย่างนี้ไปก่อนดีกว่า
เทคนิคของของ GTHCHANNEL
1. วาง Positioning เป็นเพื่อนพูดคุยกับสมาชิก เพื่อสร้าง Brand และขายสินค้าคือชวนคนมาดูหนัง
2. การบริหารคอนเทนต์ มีหลักการคือต้องทำความรู้จักกับกลุ่มผู้ใช้งาน เช็กผลตอบรับ มีความสม่ำเสมอ และเป็น
ธรรมชาติ
• ในช่วงโปรโมตหนังใหม่ชวนคนดูหนัง ที่เริ่มให้สิทธิสมาชิก Fan Pageได้ดูคลิปตัวอย่างหนังก่อน พูดคุยเนื้อหาในหนังเมื่อหนังฉายระยะหนึ่ง เพื่อดึงคนที่ยังไม่ได้ดูอยากไปมากขึ้น
• การพูดคุยเรื่องอื่นๆ นอกจากโปรโมตหนัง เน้นการแสดงความรู้สึกห่วงหาอาทร เหมือนเพื่อนคุยกับเพื่อน สุภาพกันเอง แต่ไม่ใช้ภาษาแชต
• ความถี่เฉลี่ยโพสต์วันละ 3-5 ข้อความ เช้า 9-10 โมง หลังเที่ยง และกลางคืน
• การโต้ตอบคอมเมนท์ในเชิงลบ ให้นิ่งเฉย ทางหยาบคายให้ลบออก
3. การโปรโมตแบรนด์สินค้าที่มากับหนังจะบอกสมาชิกตรงๆ ว่าเป็นการโปรโมตขายของ เพื่อไม่ให้อ้อมค้อมแล้วให้สมาชิกเสียความรู้สึกในภายหลัง
4. สรุปความสำเร็จ
• ฐานสมาชิกหนัง GTH กับจำนวนผู้ใช้ Facebook มากขึ้นจนเป็น Mainstream เหมือนกัน
• ธุรกิจหลักที่เป็นคอนเทนต์บันเทิงทำให้เชื่อมโยงกับกลุ่มเป้าหมายได้ง่าย
• ความคงเส้นคงวา เป็นเพื่อนคุยต่อเนื่อง
• การยึดหลักบริหารคอนเทนต์โดยระลึกเสมอว่าเป็นแบรนด์ที่ทำหน้าที่เชื่อมโยงลูกค้า ไม่ใช่ตัวตนของคนที่บริหารคอนเทนต์
• มีการจัดกิจกรรม แจกรางวัลบ้าง เช่นแคมเปญรวมเพื่อนให้ได้ตั๋วหนังต่อกันยาวที่สุด
GTHChannel character
เป็นผู้หญิง อายุ 18-28 ปี เป็นเพื่อน มองโลกในแง่ดี ห่วงใย
Profile Picture
โปสเตอร์หนังที่กำลังฉาย เพื่อบ่งบอกเจตนาที่ชัดเจนว่าเป็นแฟนเพจที่โปรโมตหนัง
.
.
.
.
Social Media for Business**
การที่บริษัทนำ Social media มาใช้จึงเป็นการเน้นที่การติดต่อสื่อสารกับลูกค้าอย่างรวดเร็ว โดยที่บริษัทและลูกค้าสามารถติดต่อสื่อสารถึงกันได้ตลอดเวลา อีกทั้ง ณ ปัจจุบัน การที่ลูกค้าจะเปลี่ยนไปใช้ผลิตภัณฑ์ของบริษัทคู่แข่งนั้น มี Switching cost ที่ต่ำ Social media จึงถือว่าเป็นเครื่องมืออีกอย่างหนึ่งที่ช่วยสร้าง Engagement ให้กับลูกค้าได้ และไม่ว่าจะเป็น facebook ,twitter หรือ youtube มีต้นทุนที่ต่ำเมื่อเทียบกับสื่อปกติถือเป็นksf ของsocialmedia สามารถสนับสนุนการเผยแพร่ข้อมูลในเว็บไซต์ และเพื่อสร้างการรับรู้ Brand (Brand Awareness) คือการเน้นให้ลูกค้าได้เข้ามามีส่วนร่วม (Engagement) กับกิจกรรมทางการตลาด
.
.
KEY SUCCESS FACTORS**
1) Content เนื้อหาหลักของSocial Media ต้องมีความน่าสนใจหรือเป็นที่สนใจของกลุ่มเป้าหมาย
2) Customers ต้องเจาะไปที่กลุ่มลูกค้าที่ต้องการ หาวิธีทำให้ลูกค้าเข้ามามีส่วนร่วมในสังคมให้ได้ ไม่ว่าจะจัด
กิจกรรมหรือการให้ของรางวัลต่างๆ
3) Conversation ต้องมีการพูดคุยสื่อสารกับสมาชิกและต้องเป็นการสื่อสารที่ฉลาดน่าสนใจไม่ใช่ขายของอย่าง
เดียว
4) Conversion ต้องมีการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจให้สมาชิกได้ติดตามอยู่เสมอ
.
.
RISK
ในมุมมองผู้บริโภคดังนั้น ความเสี่ยงจากการใช้ Social media คือการที่ผู้ใช้งานเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวมาก และบางครั้งอาจเป็นการติดต่อโดยตรงหลังจากใช้การติดต่อผ่านช่องทาง Social Media สิ่งเหล่านี้แฝงไปด้วยความเสี่ยงจากอันตรายจากผู้ไม่หวังดีเช่นที่เราเคยได้พบเห็นตามข่าวสาร
ในมุมมองของผู้ผลิตการสื่อสารเช่นนี้ถือเป็นโอกาสที่สามารถได้รับความคิดเห็นที่หลากหลาย แตกต่าง จากกลุ่มคนที่หลากหลายทั้งทางอายุ และสถานะทางสังคม ส่งผลให้เกิดแนวคิดเป็นวงกว้าง
ในมุมมองของผู้ให้บริการ Social Media ความเสี่ยงจากการทำธุรกิจนี้สังเกตเห็นว่าการลงทุน ปรับปรุง ระบบหรือกิจกรรม ล้วนแต่ต้องลงทุนในเงินลงทุนที่สูง และ บ่อยครั้งที่ต้องมีการปรับเปลี่ยนกิจกรรมเพื่อเหนี่ยวรั้งผู้บริโภคให้หมั่นเข้ามาใช้บริการ Social Media ของตนเอง เพื่อสร้าง Traffic ให้เกิด นำมาสู่การเกิดรายได้จากการโฆษณา ซึ่งการลงทุนในกิจกรรม บ่อยครั้งที่กิจกรรมไม่สามารถเหนี่ยวรั้งผู้บริโภค ทำให้เป็นการลงทุนในอัตราสูง แลกกับโอกาสการเกิดTraffic ใน Social Mediaแต่หากเรามองถึงช่องทางการสื่อสารแบบSocial Mediaอย่างละเอียดจะเห็นได้ว่า ช่องทางการสื่อสารเช่นนี้มีโอกาสที่จะเติบโต เป็นการสื่อโฆษณาแนวใหม่ในยุคดิจิตอลนี้
.
.
OPPORTUNITY
ในปัจจุบันทุกธุรกิจมีการนำ Social Media มาใช้ในการทำการตลาด การประชาสัมพันธ์ รวมทั้งการรับ-ส่ง feedback จากกลุ่มคนผู้ใช้ และผู้ให้บริการ หรือ กลุ่มคนระหว่างผู้ใช้ด้วยกันเอง จุดท้าท้ายของช่องทางการสื่อสารใหม่นี้คือ ทำอย่างไรให้ผู้เข้าใช้ไม่เปลี่ยนไปใช้แหล่ง Social Media อื่น เพราะหากผู้ใช้ตัดสินใจเปลี่ยนการใช้งานก็สามารถทำได้โดยง่าย และหากสังเกตถึงลักษณะของการบริโภคสื่อSocial Media จะเห็นได้ว่า ผู้ใช้หนึ่งคนอาจมีการเข้าใช้งาน\Social Media หลายๆ ที่ในเวลาเดียวกัน ซึ่งหาก Social Media ใดๆ ทำตลาดหรือหากิจกรรมสร้างความพึ่งพอใจให้ผู้บริโภค สื่อSocial Media นั้น จะถูกโฆษณาไปในSocial Media ของคู่แข่งคล้ายกับการทำตลาดในวิธี Word of Mouth ทำให้ผู้ให้บริการ Social Media ต้องคิดหาทางให้กลุ่มลูกค้าพึ่งพอใจ สร้างกิจกรรมใหม่ๆ อีกทั้งเพิ่มตลาดกลุ่มลูกค้าให้มากขึ้นกว่าเดิม โดยหากิจกรรมใน social media ที่หลากหลายเพื่อตอบสนองผู้ใช้งานหลายกลุ่ม และอัพเดทกิจกรรมใหม่ดำเนินตลอดเวลา สิ่งเหล่านี้ก่อให้เกิดโอกาสในการสร้างตลาดกลุ่มคนใหม่ๆขึ้น และเพิ่มจำนวนผู้บริโภคมากขึ้นอีกในการใช้งาน Social media อีกทั้งเกิดโอกาสในการทำธุรกิจบนช่องทางการสื่อสาร Social Media อีกด้วย
.
.
[ like vs revenue ]
การสร้าง Fan Page ต้องไม่คำนึงถึงแต่การสร้างยอด Fan Pageเพียงอย่างเดียว เพราะนั่นไม่ใช่คุณค่าที่แท้จริงของ Fan Page แม้ว่าการมีแฟนมากๆ เท่ากับมีโอกาสร้าง Brand Awareness ได้มากขึ้นก็ตาม แต่ควรพิจารณาที่ Engagement มากกว่า เช่น เขาจะกลับมาคอมเมนต์ มาร่วมกิจกรรมต่างๆ ใน Fan Page อีกหรือเปล่า เขารักเราไหม และการแจกของเป็นเรื่องปกติในการดึงคนเข้ามาใน Fan Page แต่ถ้าเขามาเพราะอยากได้ของ พอได้แล้วก็ไป หรือไม่ได้ก็ไม่อยู่ต่อ ก็เป็นเรื่องฉาบฉวย ในระยะยาวอาจไม่เวิร์ค
“จำนวนสมาชิก Fan Pageที่เพิ่มสูงขึ้นอาจไม่ได้แปลว่าดีเสมอไป เพราะคนเหล่านี้อาจไม่ใช่แฟนตัวจริงและอาจไม่มีตัวตนเลยก็ได้” หลายๆ คนยังปักใจเชื่อ หรือคิดมาตลอดว่า “ยิ่งเยอะยิ่งดี” ไม่ว่าจะเป็นจำนวน follower/fan/friend/subscriber แต่เป้าหมายจริงๆ ของการทำการตลาดสุดท้ายแล้วก็ ผลลัพธ์ที่เป็นกำไร หรือสร้างรายได้ให้แก่องค์กร ลองคิดดูว่าจะดีหรือ หากว่ามี follower สัก 1,000 คน แต่ 1/3 เป็น spam ซะหมด? โอเค คุณอาจจะพอใจกับจำนวนคนที่มาติดตามเยอะมากๆ แต่จะมีประโยชน์อะไรถ้าหากไม่มีการโต้ตอบกับเราเลย? ตีโจทย์ให้ออกนะ ว่าอยากได้แฟนเยอะๆ หรือแฟนน่ารักๆ คนเดียว
.
.
จัดทำโดย_
5220211029 น.ส.ณัฐกานต์ แก้วรัศมี
5220211043 นาย ธนากร สินทวีวรกุล
5220211050 น.ส.ครองใจ ทะแกล้วพันธุ์
5220211054 น.ส.ปริยานุช บานแย้ม
5220211063 น.ส.สิรินทร์ มหสุภาชัย





