Case Apple
Business Model
1. Value Proposition เกิดการรับรู้ของผลิตภัณฑ์ทางด้านอารมณ์และความรู้สึกที่มีมากกว่าสินค้าที่เห็นภายนอกที่ต้องการสื่อออกมา
2. Revenue Model รายได้หลักอยู่ที่ iPhone
3. Market Opportunity Mac, iPhone, iPad ยังมีโอกาสทางการตลาด
4. Competitive Environment การพัฒนาตัวเองให้ล้ำหน้าเกินคู่แข่งเป็นเรื่องสำคัญ
5. Market Strategy สร้างสรรค์ software, hardware รวมทั้ง applications ต่างๆ ด้วยตัวเอง
6. Organization Development สามารถพัฒนาองค์กรให้เป็นองค์กรแห่งนวัตกรรม
7. Management Team การบริหารขึ้นอยู่กับ Steve Jobs
ส่วนแบ่งตลาดของ Apple Inc.
ส่วนแบ่งตลาด PC ในปี 2009 Hewlett-Packard เป็นผู้นำตลาดซึ่งมีส่วนแบ่งตลาด 20%, Dell 13% , Acer 13%, Lenovo 8%, Toshiba 5%, Apple 4%

MP3 Player ในปี 2009 Apple (iPod) 70%, other 30%

Smart phone ในปี 2009

Market strategy
Apple นำเสนอผลิตภัณฑ์ ทาง hardware software และ application ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์ของ apple ทั้งสามอย่างนี้สามารถทำงานร่วมกันได้เป็นอย่างดี
Organization Development
กลยุทธ์การตลาดของ Apple จะมีการสร้างสิ่งใหม่ๆ ด้วยนวัตกรรมที่พัฒนาขึ้นตลอดเวลา มีความแตกต่างและทันสมัยมากกว่าบริษัทอื่นๆ
Apple Strategy
กลยุทธ์ของ Apple จะสร้างสิ่งใหม่ๆ ตลอดเวลาด้วยนวัตกรรม และยังเข้ามาในตลาดเป็นเจ้าแรก (first mover)
Customer’s Trust: ; สร้างผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้า โดยสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ ทำให้เกิดแบรนด์รอยัลตี้ สามารถตั้งราคาระดับพรีเมี่ยมได้
Dynamic improvement : Product Improvement การพัฒนา product สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามสภาพแวดล้อมขณะ นั้น เช่น Hardware อดีตจนถึง ปัจจุบัน มีการดีไซน์ ที่เปลี่ยนแปลง และทันสมัย มากยิ่งขึ้น
Dynamic improvement: Software (Os x, iWork): ทางด้าน Software มีการผลิตเป็นของตัวเอง สามารถทำงานร่วมกับ Hardware ของตัวเองได้เป็นอย่างมีประสิทธิภาพ
Convergence : ในด้าน Convergence ออกแบบผลิตภัณฑ์ให้สามารถใช้ร่วมกันได้ครบวงจร และมีการสร้าง Software รองรับสินค้าต่างๆของ Apple
Coordination : กับบริษัทอื่นๆ เช่น แบตเตอรรี่ใน iPod ให้ บริษัท Sony เป็นผู้ผลิต
Industry Analysis
SWOT ของบริษัท Apple
จุดแข็ง : เป็นผู้นำในด้าน Innovation มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ตลอดเวลา
Design ออกแบบผลิตภัณฑ์ได้อย่างยอดเยี่ยม เป็นการสร้างมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์
Brand image สร้างให้ผู้บริโภคมีความมั่นใจ บ่งบอกได้ว่าผู้บริโภคมีรสนิยม มีไลฟ์สไตล์ที่ทันสมัย ทำให้
apple กลายเป็นพรีเมี่ยมแบรนด์
Brand royalty ลูกค้าที่ใช้จะมีความจงรักภักดีมาก
Price ใช้กลยุทธ์โดยการตั้งราคาไว้สูงในช่วงแรก และจะลดราคาในช่วงหลัง
Strategy มีกลยุทธ์ที่แยบยล โดยไม่มีการเปิดเผยสินค้าจนกว่าสินค้าจะสมบูรณ์และพร้อมวางจำหน่าย
Management มีผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ อย่าง สตีฟ จ๊อบ ที่กล้าที่จะเปลี่ยนแปลง ทำให้เกิดความแตกต่างอย่าง
ชัดเจนในปัจจุบัน
จุดอ่อน : ใช้ Software ของตัวเองทำให้ระบบปฏิบัติการของ apple เป็นระบบปิด การขายผลิตภัณฑ์จะขายได้เฉพาะ
ลูกค้าที่ใช้ Hardware ของ apple เท่านั้น
การตัดสินใจในเรื่องต่างๆจะขึ้นอยู่กับ สตีฟ จ๊อบ เท่านั้น
โอกาส : จากการขยายตัวของอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือยังมีในอัตราที่ไม่มากนัก ทำให้ตลาดมีการ
ขยายตัวมากขึ้นเรื่อยๆ จากการที่ผู้บริโภคต้องการติดต่อกันผ่านอินเตอร์เน็ท
อุปสรรค : เกิดการลอกเลียนแบบทั้งทางด้าน software และ hardware
ปัจจัยที่ส่งผลต่อการแข่งขัน
1. ตลาดสมาร์ทโฟนมีสัดส่วนที่เล็กมากเมื่อเทียบกับโทรศัพท์โดยรวม เพราะฉะนั้นจึงยังสามารถเติบโตได้สูง
2. ความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีและOS และ plat form จะเข้ามามีบทบาทอย่างมากในการแข่งขัน
3. Product life cycle เนื่องจาก Product life cycle ที่สั้น ทำให้ผู้ผลิตต้องมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ออกใหม่เรื่อยๆ
4. พฤติกรรมของผู้บริโภคจะมีความซับซ้อนมากขึ้นจึงเกิดความต้องการที่หลากหลาย
5. Speed to market ความเร็วในการเข้าสู่ตลาดของผลิตภัณฑ์จะเป็นตัวกำหนดไว้ว่าใครจะเป็นผู้ชนะในการแข่งขัน
6. สัญญาผูกมัดระหว่างผู้ให้บริการเครือข่ายและผู้ใช้สมาร์ทโฟน
7. การแข่งขันทางด้านราคาที่รุนแรงจะทำให้เกิดระดับของตลาดอย่างชัดเจน
คู่แข่ง
- Smart phone เช่น โนเกีย
- Tablet เช่น ซัมซุม
- Mp 3 player เช่น กูเกิ้ล
App Economy
สร้างตลาดเศรษฐกิจของ Application จากการถือกำเนิดของ app store โดยใช้ช่องทางนี้กระจาย application ผ่านทางโทรศัพท์มือถือ PC ผ่านทางโปรแกรม iTune ที่ใช้ใน iPod และ iPhone อีกทั้งยังเปิดโอกาสให้ผู้อื่นเข้ามาพัฒนา Application ได้อีกด้วย
ในปี1996 บริษัทได้เปลี่ยนชื่อจาก apple computer เป็น apple incorporation และนำเสนอสินค้านวัตกรรมที่ไม่ใช่คอมพิวเตอร์พีซีอย่างเดียว
ในช่วงต้นปี 2000 Apple ได้มองว่าตัวเองนั้นเป็น mobile device company
Stakeholders
- customers แบ่งลูกค้าออกเป็น 5 ประเภท
- ผู้ใช้ :ซึ่งมีส่วนแบ่งตลาดที่ใหญ่ที่สุด
- กลุ่มธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง
- กลุ่ม cooperate
- กลุ่ม education
- กลุ่ม government
- Suppliers แบ่งออกเป็น 2 ส่วน
- ผู้ที่ผลิตอุปกรณ์ทั่วไป เช่น memory ship, key board
- ผู้ที่ผลิต micro processor และ operating system เช่น Intel, micro soft
- Workers /Shareholders มีพนักงานทั่วโลกประมาณ 75,000 คน
- Competitors คู่แข่งขันหลักคือ บริษัทผู้ผลิตคอมพิวเตอร์รายใหญ่ๆของโลก
Discussion
ความเป็นมา และสิ่งที่ Apple ทำ
- Apple มีความเสถียรภาพของระบบที่สูงมาก
- ไวรัสไม่สามารถ run บน Mac ได้
- โปรแกรมทางด้าน graphic มีประสิทธิภาพมากกว่า
- เป็นบริษัทแรกที่มีการ interface โดยการใช้ เมาส์
- ในอดีตเป็นผู้นำในตลาด PC
- ปัจจุบันเข้ามาในตลาด mp3, mobile phone
- วงจร products ของ apple มีความเชื่อมโยงกันอย่างดีมาก
- เป็นบริษัทแรกที่นำนวัตกรรม การซื้อเพลงผ่าน internet
- ง่ายต่อการใช้งาน ด้วยระบบ Plug & Play
- รูปแบบดีไซน์สินค้าที่ดูฉลาด นำสมัย และดึงดูใจ
- ความจงรักภักดีของผู้บริโภค
ทำไม Apple ถึงต้องออกจากตลาด PC
- การแข่งขันของกิจกรรมสูง วิเคราะห์ความสามารถในการแข่งขันอุตสาหกรรม PC ของapple มี 2 ประเด็นหลัก
1. วิเคราะห์อุตสาหกรรม five-force
- สภาวะการแข่งขันภายในอุตสาหกรรม : มีการแข่งขันสูง เนื่องมาจากมาตรฐานของสินค้าเหมือนกันหมด และมี
ผู้ผลิตหลายราย
- อำนาจการต่อรองของลูกค้า : มีการต่อรองสูง
- อำนาจการต่อรองของ suppliers : มีการต่อรองทั้งสูงและต่ำ
- การเข้ามาของผู้ประกอบการรายใหม่ : ง่ายต่อการเข้ามาของผู้ประกอบการรายใหม่
- ภายคุกคามของสินค้าทดแทน : มีสินค้าทดแทนเป็นจำนวนมาก
2. วิเคราะห์positionของเราในอุตสาหกรรม
จากการวิเคราะห์ความสามารถในการแข่งขันอุตสาหกรรม PC ของapple ทำให้เห็นได้ว่า อุตสาหกรรม PC นั้นไม่เป็นที่น่าดึงดูดอีกต่อไป จึงทำให้ apple เปลี่ยนแนวความคิดถ้าอยู่ในอุตสาหกรรมนี้ต่อไปก็จะไม่รอด
How sustainable is Apple’s competitive in PC?
อนาคตของ PC Apple จะมีความสามารถในการแข่งขันอย่างยั่งยืนหรือไม่ ในปี 1998 – 2001 Apple แย่ในด้าน PC เนื่องจาก มีสินค้าทดแทนเป็นจำนวนมาก จากนั้น Apple จึงได้เปลี่ยนการร่วมมือจาก Motorola IBM เป็น Intel ทำให้Apple กลับมาแข็งแกร่งอีกครั้ง
Discussion
ทำไม Apple จึงเปลี่ยนความร่วมมือจาก Motorola เป็น Intel
เนื่องจากเมื่อก่อน Apple ใช้ระบบปิด แต่ได้เปลี่ยนแนวคิดใหม่เพราะคิดว่าการอยู่คนเดียวโดดเดี่ยวนั้นจะทำให้แย่ลง จะเห็นได้ว่าปัจจุบัน Mac สามารถที่จะใช้ window ได้ด้วย
กลยุทธ์ที่จะทำให้ Apple ยั่งยืนได้ จะเน้นไปที่ iPod iPhone หรือ ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่จะต้องคิดค้นให้ออกมาในอนาคต
How sustainable is Apple’s competitive in MP3?
- สร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัว ยากที่คู่แข่งจะลอกเลียนแบบได้
- มี iTune เป็นสิ่งจูงใจ เพราะใช้ง่าย
- พัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง
- มีราคาที่หลากหลาย เป็น Cost leadership ด้านราคา
How do you assess Apple’s competitive position in smart phones?
- มี App store สร้างระบบนิเวศให้กับ iPhone เช่น มีอุปกรณ์เสริม แอพพลิเคชั่น ต่างๆ (made for iPod เป็นต้น)
- ปัจจัยในการแข่งขันที่สำคัญของ Smart phone คือ เรื่องของจำนวน และ คุณภาพของ application ยังคงเป็นรองโนเกีย
- ภัยคุกคามจาก Android
- เป็นสินค้าแฟชั่น เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
What are the prospects for the iPad?
iPad มีฟังก์ชั่นการทำงานที่หลากหลาย การออกแบบที่เรียบง่าย และมีความสะดวก ง่ายต่อการใช้งาน และ apple ยังสร้างชิพ A4 ที่ใช้งานใน iPad เอง ทำให้เกิดมูลค่าเพิ่มในระยะยาว
มีคำถามที่ว่า Apple สามารถประสบความสำเร็จในอุตสาหกรรมโทรศัพท์มือถือหรือที่เรียกว่า mobile device ได้หรือไม่ จำลองออกเป็น 3 สถานการณ์
1. Apple ก้าวไปสู่จุดสูงสุดของอุตสาหกรรมแล้ว จะกลายเป็นผู้นำและเป็นมาตรฐานของอุตสาหกรรม
2. Apple จะพัฒนาอย่างต่อเนื่องไม่มีอะไรมาหยุดได้ iPhone จะเข้ามาครองตลาด Smart phone, iPod จะสร้างยอดขายได้ต่อเนื่อง ส่วน MAC ก็ยังคงได้รับส่วนแบ่งการตลาดที่เพิ่มขึ้น
3. Apple รักษาระดับหยุดนิ่ง โนเกียจะเข้ามาเป็นผู้นำอันดับสองของตลาด Smart phone และจะเข้ามาแข่งขันกับ Apple โดยการลอกเลียนแบบทักษะ และความสามารถของ Apple นอกจากนี้ Google และ Microsoft ยังทิ้งห่าง Apple ในเรื่องของการพัฒนาด้าน PC ด้วย
Participation
นางสาวจินตวีร์ ชลชาติภิญโญ (2) 5220211011
นางสาวมณณิกา ฉัตรไชยศิริ (1) 5220211012
นายธนากร สินทวีวรกุล (1) 5220211043
นายพศิน วณิชย์วรนันต์ (3) 5220211056
นายณัฐพงษ์ แก้วทิ้ง (1) 5220211066
นายภาคภูมิ ชินวงศ์ (4) 5220211069
นายสุขโข เงินหนู (1) 5220211074
นางสาวพิชชานันท์ พูลสวัสดิ์ (2) 5220211091





