Scribe Book1 4

สรุปประเด็นการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบ
กิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ….
ซึ่งคณะกรรมาธิการร่วมกันพิจารณาเสร็จแล้วของวุฒิสภา
วันจันทร์ที่ ๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๓


ในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๑๖ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) วันจันทร์ที่ ๑๕ พฤศจิกายน
๒๕๕๓ ที่ประชุมวุฒิสภาได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบ
กิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. …. ซึ่งคณะกรรมาธิการร่วมกันพิจารณา
เสร็จแล้ว โดยนายประสิทธิ์ โพธสุธน ประธานคณะกรรมาธิการร่วมกัน กล่าวนำเสนอผลการพิจารณา
ร่างพระราชบัญญัติเพื่อให้ที่ประชุมวุฒิสภาได้พิจารณาให้ความเห็นชอบ กล่าวคือที่ประชุมคณะกรรมาธิการ
ร่วมกันได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ ฯ ซึ่งวุฒิสภาลงมติให้แก้ไขเพิ่มเติมร่างของ
สภาผู้แทนราษฎรจำนวน ๒๓ มาตรารวม ๕ ประเด็น คือ จำนวนและองค์ประกอบของกรรมการ กสทช.
คุณสมบัติของ กสทช. ในเรื่องอายุ การเพิ่มเติมลักษณะต้องห้ามของ กสทช. ต้องไม่อยู่ในระหว่างต้องห้ามมิให้
ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หน่วยงานธุรการที่ทำหน้าที่ในการสรรหาและคัดเลือก กสทช. และการกำหนด
ระยะเวลาให้รัฐวิสาหกิจนำส่งรายได้จากสัมปทานเป็นรายได้แผ่นดิน
ประเด็นที่คณะกรรมาธิการร่วมกันเห็นชอบด้วยกับประเด็นที่วุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติม เช่น
การคงองค์ประกอบของ กสทช. ด้านการพัฒนาสังคม การกำหนดคุณสมบัติให้ กสทช. ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า
๓๕ ปีบริบูรณ์ แต่ไม่เกิน ๗๐ ปี บริบูรณ์ และการกำหนดระยะเวลาให้รัฐวิสาหกิจนำส่งรายได้จากสัมปทาน
เป็นรายได้แผ่นดิน เมื่อพ้นกำหนดระยะเวลา ๓ ปี นับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ส่วนประเด็นอื่น ๆ
คณะกรรมาธิการร่วมกันพิจารณาแล้วมีมติเห็นชอบด้วยกับร่างของสภาผู้แทนราษฎร
สำหรับข้อสังเกตท้ายรายงานนั้นที่ประชุมคณะกรรมาธิการร่วมกันได้เสนอตามฉันทามติของ
ที่ประชุมคณะกรรมาธิการ และเนื่องจากในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วันพุธที่ ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๓
ที่ผ่านมามีการอภิปรายและทักทวงเกี่ยวกับข้อสังเกตท้ายรายงานดังกล่าว คณะกรรมาธิการร่วมกันจึงได้
เสนอตัดข้อสังเกตออกทั้งหมด ดังนั้น เพื่อให้เป็นไปในแนวทางเดียวกัน คณะกรรมาธิการจึงเสนอตัดข้อสังเกต
ท้ายรายงานออกด้วยเช่นกัน
จากนั้น สมาชิกวุฒิสภาได้อภิปรายแสดงความคิดเห็นกันอย่างกว้างขวาง เพื่อให้
คณะกรรมาธิการร่วมกันได้ชี้แจงเหตุผลในแต่ละประเด็น สรุปดังนี้
นายธวัช บวรวนิชยกูร สมาชิกวุฒิสภา อภิปรายประเด็นที่ศาลปกครองสูงสุดสั่งระงับ
การประมูล ๓ G ว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่จะบัญญัติไว้ในบทเฉพาะกาลในระหว่างที่ยังไม่มี กสทช. ให้คณะรัฐมนตรี
เป็นผู้ออกใบอนุญาต ๓ G แล้วจะมีหลักประกันใดที่จะให้ใบอนุญาต ๓ G
พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช นายเจริญ ภักดีวานิช นายคำนูณ สิทธิสมาน และนาย
สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย สมาชิกวุฒิสภา อภิปรายสนับสนุนเพื่อให้ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้มีผลบังคับใช้เป็น
กฎหมาย โดยมีข้อคิดเห็นในประเด็นเดียวกัน ดังนี้
วุฒิสภาได้แก้ไขเพิ่มเติมองค์ประกอบของ กสทช. โดยให้มีจำนวนสิบห้าคน คณะกรรมาธิการ
ร่วมกันพิจารณาแล้วมีมติเห็นชอบตามร่างของสภาผู้แทนราษฎร คือให้มีจำนวนสิบเอ็ดคน และให้ตัด
องค์ประกอบของ กสทช. มาตรา ๖ (๕) ผู้ที่มีผลงานหรือมีความรู้ และมีความเชี่ยวชาญหรือประสบการณ์
ด้านการศาสนาออก แต่ให้คงองค์ประกอบของผู้ที่มีผลงานหรือมีความรู้ และมีความเชี่ยวชาญหรือประสบการณ์
ด้านการพัฒนาสังคมไว้ นอกจากนี้ยังตัดองค์ประกอบของกรรมการ (๖) ผู้ที่มีผลงานหรือมีความรู้ และมีความ
เชี่ยวชาญหรือประสบการณ์ด้านความมั่นคงของรัฐออก เพราะเหตุใดคณะกรรมาธิการร่วมกันจึงตัดองค์ประกอบ
ผู้ที่มีผลงานหรือมีความรู้ และมีความเชี่ยวชาญหรือประสบการณ์ด้านการศาสนา และองค์ประกอบผู้ที่มีผลงาน
หรือมีความรู้ และมีความเชี่ยวชาญหรือประสบการณ์ด้านความมั่นคงของรัฐออก
การให้สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาทำหน้าที่เป็นหน่วยธุรการในการดำเนินการคัดเลือกและ
สรรหา กสทช. เหมาะสมแล้วหรือไม่ เนื่องจากกระบวนการสรรหาในแต่ละขั้นตอนมีความยืดยาวและต่อเนื่อง
และเป็นการเพิ่มภาระให้กับสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา การดำเนินการสรรหาไม่เพียงแต่ประชุมอย่างเดียว
แต่ต้องเป็นหน่วยงานขึ้นทะเบียนเกรงว่าสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาจะไม่เหลือเวลาในการปฏิบัติหน้าที่หลัก
การปฏิเสธการขึ้นทะเบียนสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาอาจถูกฟ้องร้อง รวมถึงเรื่องการให้วุฒิสภาทำหน้าที่
ตรวจสอบ กสทช. และทำหน้าที่ถอดถอน กรรมาธิการร่วมกันมีเหตุผลใดจึงให้สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา
ทำหน้าที่ดังกล่าว
นายประสาร มฤคพิทักษ์ สมาชิกวุฒิสภา อภิปรายแสดงความคิดเห็นประเด็น
คณะกรรมาธิการร่วมกันเห็นชอบให้สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาทำหน้าที่หน่วยธุรการในการดำเนินการ
คัดเลือกและสรรหา กสทช. ทำให้มีภารกิจเพิ่มมากขึ้นทั้งการทำหน้าที่รับจดทะเบียน การดำเนินการสรรหา
รวมทั้งการตรวจสอบ จนไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ตามปกติได้
นายอนันต์ วรธิติพงศ์ รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่สาม ตอบชี้แจงข้อซักถาม
ของสมาชิกวุฒิสภาในประเด็นดังต่อไปนี้
๑. สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาได้รับความไว้วางใจจากสภาผู้แทนราษฎรให้ทำหน้าที่เป็น
หน่วยงานธุรการในการดำเนินการคัดเลือกและสรรหา กสทช. เนื่องจากมีความเป็นกลางและมีประสบการณ์
มากกว่าการมอบหมายให้หน่วยงานอื่นใดทำหน้าที่ ในอดีตเคยให้สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีทำหน้าที่
เป็นหน่วยธุรการในการดำเนินการคัดเลือกและสรรหา แต่ไม่สามารถตั้ง กทช. ได้จึงเห็นว่าสำนักงานเลขาธิการ
วุฒิสภาน่าจะมีความเหมาะสมที่สุด ในการดำเนินการสรรหา กสทช. สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาน่าจะ
ดำเนินการเสร็จทันภายในกรอบระยะเวลาที่กำหนดคือ ๑๘๐ วัน
๒. ในมาตรา ๒๑ เรื่องของการถอดถอน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสามารถทำการถอดถอนได้
ไม่เพียงแต่สมาชิกวุฒิสภาเท่านั้น
๓. ในเรื่องของความมั่นคง อยู่ในมาตรา ๔๘ วรรคท้าย สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญฯ
๔. ประเด็นเรื่องศาสนาหากระบุว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านศาสนาแล้วอาจทำให้เกิดความสับสนว่า
เป็นศาสนาใด ที่ประชุมกรรมาธิการร่วมกันจึงเห็นว่าไม่ควรระบุไว้
นายสมชาย แสวงการ กรรมาธิการ อภิปรายโดยสรุปว่าหลังจากรัฐธรรมนูญปี ๒๕๔๐ มีผล
บังคับใช้มา ๑๐ ปีแล้ว กทช. ยังเกิดขึ้นไม่ได้ เคยให้สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นหน่วยงานธุรการ
ในการดำเนินการสรรหาและคัดเลือก กทช. แต่ก็มีปัญหา วุฒิสภาแก้ไขให้สำนักงาน กสทช. เป็นหน่วยงานธุรการ
ในการดำเนินการสรรหาและคัดเลือก กสทช. อาจจะเกิดปัญหาข้อขัดแย้ง ๒ ประการ คือ ๑. จะต้องโอน
สำนักงานเลขาธิการ กทช. มาเป็นสำนักงานเลขาธิการ กสทช. ๒. ผู้คัดเลือกและผู้ถูกคัดเลือกจะเป็นนายและ
ลูกน้องในอนาคต คณะกรรมาธิการร่วมกันจึงหาหน่วยงานกลางเพื่อทำหน้าที่โดยเห็นว่าถ้าให้สำนักงานเลขาธิการ
วุฒิสภาทำหน้าที่เป็นหน่วยงานธุรการในการดำเนินการสรรหาและคัดเลือกกรรมการน่าจะเหมาะสมที่สุด และ
จากการสอบถามผู้บังคับบัญชาในสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาก็ได้รับคำตอบว่าทำได้ ประเด็นที่กรรมาธิการ
ร่วมกันเห็นชอบตามร่างที่วุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติมคือ การกำหนดคุณสมบัติในเรื่องอายุของ กสทช. โดยกำหนดให้
กรรมการ กสทช. ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่าสามสิบห้าปีบริบูรณ์ แต่ไม่เกินเจ็ดสิบปีบริบูรณ์ และการกำหนดให้
รัฐวิสาหกิจทั้งสองคือ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) และบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) นำส่งรายได้
จากสัมปทานเป็นรายได้แผ่นดินจาก “หนึ่งปี” เป็น “สามปี” เพื่อให้รัฐวิสาหกิจทั้งสองแห่งปรับตัว
นายสิริวัฒน์ ไกรสินธุ์ กรรมาธิการ อภิปรายชี้แจงกรณีคณะกรรมาธิการร่วมกันตัดเนื้อความ
ในส่วนท้ายของมาตรา ๒๐ วรรคสาม ออก โดยให้เหตุผลว่าเพื่อให้กฎหมายเดินต่อไปได้ เนื่องจากองค์ประกอบ
ของกรรมการ กสทช. ตามร่างเดิมเมื่อมีการสรรหา กสทช. แล้วเกิดกรณีมีการฟ้องร้องต่อศาลปกครอง
องค์ประกอบของกรรมการ กสทช. ที่ไม่ครบจะทำให้คณะกรรมการ กสทช. ทำงานต่อไปไม่ได้
นายอนุรักษ์ นิยมเวช เลขานุการคณะกรรมาธิการ ตอบชี้แจงข้อซักถาม สรุปดังนี้
มาตรา ๖ ในชั้นการพิจารณาของคณะกรรมาธิการร่วมกันของสองสภา การตัดองค์ประกอบ
ของคณะกรรมการ กสทช. (๕) ผู้ที่มีความรู้ และความเชี่ยวชาญหรือประสบการณ์ด้านการศาสนาออก
เนื่องจากคณะกรรมาธิการร่วมกันมีความเห็นว่าผู้ที่มีความรู้ด้านการศาสนาอาจเข้ามาในช่องทางของผู้ที่มี
ผลงานหรือมีความรู้ด้านวัฒนธรรมได้
มาตรา ๗ คุณสมบัติทั่วไปในเรื่องอายุของ กสทช. คณะกรรมาธิการร่วมกันคงตามร่าง
ที่วุฒิสภาแก้ไข โดยกำหนดให้กรรมการ กสทช. (๒) ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่าสามสิบห้าปีบริบูรณ์ แต่ไม่เกินเจ็ดสิบปี
บริบูรณ์ เนื่องจากองค์ประกอบของกรรมการจำนวนสิบเอ็ดคน ไม่ใช่คนที่มีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี
เท่านั้น แต่ประกอบด้วยผู้ที่มีความรู้ และมีความเชี่ยวชาญด้านกฎหมาย ด้านเศรษฐศาสตร์ การได้มาของ
กรรมการอายุไม่ต่ำกว่าสามสิบห้าปีบริบูรณ์ แต่ไม่เกินเจ็ดสิบปีบริบูรณ์ก็น่าจะมีความเหมาะสม
มาตรา ๙ การให้สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาทำหน้าที่เป็นหน่วยธุรการในการดำเนินการสรร
หา กสทช. เนื่องจากคณะกรรมาธิการร่วมกันมีความเชื่อมั่นว่าสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาจะปฏิบัติหน้าที่ใน
การสรรหาและคัดเลือกกรรมการ กสทช. ด้วยความเป็นกลางและเที่ยงธรรม
มาตรา ๘๔ วุฒิสภาได้แก้ไขเพิ่มเติมร่างของสภาผู้แทนราษฎร โดยให้รัฐวิสาหกิจนำรายได้
จากการให้อนุญาต สัมปทาน ที่ได้ดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมงานในกิจการของรัฐ
ส่ง กสทช. และให้ กสทช. นำส่งเป็นรายได้แผ่นดิน เมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาจาก “หนึ่งปี” เป็น “สามปี”
นับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ การขยายระยะเวลาเพื่อเปิดโอกาสให้ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด
(มหาชน) และบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจภายใต้กำกับกระทรวงการคลัง ปรับตัวตาม
พระราชบัญญัติฉบับนี้
พลอากาศเอก วีระวิทย์ คงศักดิ์ สมาชิกวุฒิสภา อภิปรายแสดงความคิดเห็น ดังนี้
๑. การให้สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาทำหน้าที่เป็นหน่วยธุรการในการดำเนินการสรรหา
กสทช. ปัญหาคงไม่แตกต่างไปจากปัญหาที่เกิดขึ้นกับหน่วยงานอื่น ๆ ในการดำเนินการสรรหาสำนักงาน
เลขาธิการวุฒิสภาต้องปรับบุคลากรภายในสำนักงานให้เหมาะสม
๒. บุคลากรด้านความมั่นคง การสื่อสารยุคใหม่บุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญด้านความมั่นคง
ไม่ใช่คนที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะเรื่องคลื่นความถี่ที่ใช้ในกิจการทหารหรือด้านความมั่นคงเท่านั้น แต่เป็นคน
ที่มีความรู้เรื่องสงครามอิเล็กทรอนิกส์หรือการดำเนินการในเรื่องข้อมูลข่าวสาร
เมื่อจบการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติ ประธานในที่ประชุมจึงขอมติจากที่ประชุมว่า
จะเห็นชอบด้วยกับร่างพระราชบัญญัติของคณะกรรมาธิการร่วมกันหรือไม่
มติที่ประชุม ที่ประชุมวุฒิสภามีมติเห็นชอบด้วยกับร่างของคณะกรรมาธิการร่วมกันด้วย
คะแนนเสียง
ผู้เข้าร่วมประชุม ๙๑ คน
เห็นชอบ ๘๒ เสียง
ไม่เห็นชอบ ๔ เสียง
งดออกเสียง ๔ เสียง
ไม่ลงคะแนน ๑ เสียง
ข้อสังเกต
มติที่ประชุม ที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้ตัดข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการร่วมกัน
ทั้งหมดออกจากรายงานโดยไม่มีการลงมติ
นางสาวสิริกร เทียนศรี
วิทยากร ๗ ว. สำนักกรรมาธิการ ๑
ผู้สรุปผลการประชุม
นายอรุณ ลายผ่องแผ้ว
ผู้อำนวยการกลุ่มงานบริการเอกสารอ้างอิง
ผู้ตรวจสรุปผลการประชุม

5. มีการกำหนดความสัมพันธ์ระหว่างกสทช.และรัฐบาลไว้อย่างชัดเจน โดยรัฐบาลมีหน้าที่ต้องดูว่าหน่วยงานได้ปฎิบัติตามระเบียบข้อบังคับหรือไม่ เช่น การคืนคลื่นความถี่ หรือทำแผนแม่บท และกำกับดูแลให้เป็นไปตามแผนแม่บท รวมถึงป้องกันไม่ให้มีการปิดกั้นการส่งเสริมการลงทุนกับภาคเอกชน

Link แก้ไข พรบ. กสทช
http://www.thaireform.in.th/various-reform-dimensions/communication/item/2241-2010-11-10-13-29-18.html